จดหมายถึงลูก ตอนที่ 4- วิธีบริหารโรงสีข้าวฉบับพ่อสอนลูก

เมื่อวานนี้ ป๊าได้ไปพบลูกค้าที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เขาคิดว่าจะปรับปรุงร้านสีเพิ่มกำลังผลิตจากเดิม 100 เกวียนเป็น 200 เกวียน คุยกันไปมา เขาบอกว่า “ไม่ปรับปรุงละ คิดว่าสร้างใหม่เลยจะดีกว่า เพราะได้เครื่องจักรใหม่ๆมาติดตั้ง แล้วโรงสีเดิมก็ไม่ต้องหยุดสีข้าว เดี๋ยวลูกค้าข้าวเปลือกและข้าวสารจะหายหมด   ที่สำคัญคือถ้าเงินไม่หมุนเวียนทางธนาคารก็จะไม่อนุมัติวงเงินให้ เพราะว่าเครื่องจักรในร้านสี ถ้าจะขยายก็ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ตะแกรงทำความสะอาดข้าวเปลือกไปถึงตะแกรงกลม   เรียกว่าของเดิมไม่ได้แตะต้องเลย โรงเรือนก็เก่ามากแล้วจะยกขึ้นก็ไม่ไหว สรุปว่าทำใหม่ทั้งหมดเลย จริงๆแล้ว โรงสีเก่าได้สีข้าวหากินเลี้ยงลูกเมีย ส่งเสียลูกเรียนจบมาหลายคนแล้ว    เวลานี้ที่คิดจะขยายก็เพราะว่าลูกคนโตเรียนจบปริญญาโทจากเมืองนอกมา มาก็เลยคิดว่าจะสร้างให้ลูกๆบริหาร แต่ก็ต้องตามใจลูกๆในเรื่องการเลือกซื้อเครื่องจักรเพราะว่าในยุคนี้ต้องมาใช้ระบบไฟฟ้าขับเคลื่อนเครื่องจักรทั้งโรงสี   ไม่เหมือนในโรงเดิมที่ใช้เครื่องมือไอน้ำเครื่องจักรจึงแตกต่างกันมากเกือบจะไม่เหมือนกัน”   เมื่อพ่อลูกเขาคุยกันสรุปได้ว่า ตกลงสร้างในที่ใหม่เพราะที่ดินฝั่งตรงข้ามถนนก็ซื้อไว้นานแล้วและถมไว้แล้วด้วย ก็จึงคุยต่อเรื่องเครื่องจักร   ป๊าก็เสนอร้านสีข้าวขนาด 100 เกวียน ระบบเครื่องจักรรุ่นใหม่ๆที่ทำงานสะดวกควบคุมได้ง่ายใช้คนงานเพียง 2-3 คนก็สีข้าวได้แล้ว   เพราะเมื่อใช้ระบบไฟฟ้าการควบคุมการสีข้าวสามารถติดตั้งระบบ  PLC ( ระบบควบคุมเครื่องจักรสีข้าวด้วยระบบอัตโนมัติ)   ควบคุมตั้งแต่การเดินทางของข้าวเปลือกตั้งแต่เริ่มเข้าร้านสีจนไปถึงเครื่องชั่งไหลผ่านที่คำนวณเปอร์เซ็นต์การสีข้าว ว่าออกมาได้ปริมาณข้าวต้น ข้าวท่อน ฯลฯ จำนวนเท่าไร   เราสามารถคำนวณการทำงานและประสิทธิภาพของเครื่องจักรว่าสีข้าวได้กี่หาบกี่ชั่ง…

แค่รู้คู่มือมนุษย์ 6 ข้อนี้ จะเข้าใจคนอื่นได้แบบไม่ยากเลย

1.สำหรับเรา ข้าวเปลือกในตลาดมีมากมายหลายชนิด หลายพันธุ์ ข้าวหอมมะลิ ข้าวชัยนาท ข้าวหอมปทุม ข้าวเจ๊กเชย ข้าวสุพรรณ ข้าวพิษณุโลก ข้าวเหลืองประทิว ข้าวเม็ดเล็ก แล้วเราต้องการทำการค้ากับข้าวชนิดใด ท้องที่เรามีข้าวพันธุ์ไหนเพาะปลูกอยู่อะไรที่เพาะปลูกอยู่ เราตั้งใจจะสีข้าวออกมาคุณภาพอย่างไร จะขายในตลาดไหน บรรจุปริมาณเท่าใด จัดส่งอย่างไร ที่สุดคือเราจะซื้อข้าวสด หรือข้าวแห้ง เรามีเครื่องจักรสำหรับการสีข้าวเปลือกชนิดใด เรามีรถขนส่งข้าวเปลือก ข้าวสาร หรือเปล่า เรามีตลาดหรือยัง แล้วสุดคือเรามีความรู้เรื่องข้าวเปลือกในระดับไหน เมื่อเราซื้อมาแล้วเราจะตากหรือจะอบ ใช้เครื่องอบชนิดใด รถตักรถเกลี่ย รถโรยข้าวเรามีพอหรือเปล่า แล้วยุ้งฉาง การเก็บสต็อกจะทำแบบไหน เก็บยุ้งฉาง หรือเก็บในไซโลเหล็กกลางแจ้ง แล้วการเก็บรักษา โดยใช้เครื่องเป่าเย็นที่กำลังนิยม หรือจะย้ายกอง พื้นยุ้งทำรางเป่าลมไว้หรือเปล่า แค่อ่านมาถึงตรงนี้เราก็เริ่มรู้แล้วว่า สำหรับเรา อะไรคือสิ่งที่เราต้องการ อะไรที่เรามี เราชอบ เราถนัด เราทำได้ดี ภาษาวิชาการว่า ทำธุรกิจที่เรามีความชำนาญ มีแต้มต่อ และอยู่ในแหล่งมีวัตถุดิบที่ดี คราวนี้เราก็เริ่มรู้ อะไรคือสำหรับเรา นั่นก็คืออาจจะไม่ใช่สำหรับคนอื่น หรือของคนอื่นก็อาจจะไม่ใช่สำหรับเรา เพราะเราต้องการข้าวชนิดนี้ ไม่ต้องการข้าวชนิดนั้น เราต้องการขายตลาดแบบนี้ที่เรามีความชำนาญไม่ใช่ตลาดแบบนั้น…