#13 : จดหมายถึงลูก ตอนที่ 2- วิธีบริหารโรงสีข้าวฉบับพ่อสอนลูก

โรงสีข้าวเป็นธุรกิจที่มีเสน่ห์มาก เป็นโรงงานที่ลงทุนมากก็จริง แต่อายุเครื่องจักรมีอายุยืนยาว เรียกว่าโรงสีโรงหนึ่งสามารถสีข้าวได้ถึง 20 ปีเป็นอย่างน้อย ที่ดินที่สร้างโรงสีริมชานเมืองในวันนี้ อีก 20 ปี ก็อาจเป็นที่ในเมือง เฉพาะขายที่ดินก็รวยไม่รู้เรื่องแล้ว (อันนี้มีตัวอย่างที่จังหวัดสระบุรี ขายที่ของโรงสี เขาบอกว่าจ้างคุณรื้อโรงสีออกไปด้วยโดยจ่ายค่ารื้อถอนให้อีกต่างหาก) เป็นธุรกิจที่สังคมยอมรับว่าเป็นคหบดีในท้องถิ่น เป็นผู้ที่ช่วยเหลือสังคมและเป็นที่พึ่งของสังคม มีการติดต่อกับธุรกิจด้านการค้าสาขาอื่นๆอีกมาก   มาดูกันว่าโรงสีข้าวเค้าดำเนินธุรกิจกันยังไงบ้าง ในการสีข้าวแต่ละวัน คิดว่ากำไรน่าจะอยู่ที่เกวียนละ 100 บาท สีข้าววันละ 300 เกวียน ปีละ 200 วัน คิดง่ายๆว่าปีหนึ่งสี 30,000 เกวียน ก็จะได้กำไร 6,000,000 บาท นี่เราคิดเฉพาะผลต่างจากการสีข้าวเท่านั้น  ไม่ได้รวมถึงการขายซื้อเข้าและการอบลดความชื้น   ซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรชาวนาท้องถิ่นและใกล้เคียงนำมาเก็บสต็อก 20,000 เกวียนเมื่อต้นปี เก็บถึงปลายปี ราคาขึ้นเกวียนละ 1,000 บาท ก็จะได้กำไรขั้นต้น 20,000,000 บาท (แต่ต้องลงทุน 120,000,000 บาท หักต้นทุนดอกเบี้ยที่กู้ธนาคารมา 5% บางท่านอาจมากหรือน้อยกว่านี้)…

#12 : จดหมายถึงลูก ตอนที่ 1- วิธีบริหารโรงสีข้าว ฉบับพ่อสอนลูก

จดหมายถึงลูก ตอนที่ 1- วิธีบริหารโรงสีข้าว ฉบับพ่อสอนลูก เมื่อวานนี้ลูกถามป๊าว่า ข้าวเปลือกเมล็ดเดียวนั้นเมื่อโรงสีสีข้าวออกมาแล้วจะได้ผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง วันนี้จะตอบจดหมายลูกว่าข้าวเปลือกเพียงเมล็ดเดียวเมื่อผ่านเครื่องจักรในโรงสีข้าวจะได้ผลิตภัณฑ์ถึง 13 ชนิด นั่นคือ ข้าวเปลือก ข้าวกล้อง ข้าวสาร / ข้าวต้น / ข้าวเต็มเมล็ด ข้าวสามส่วน ข้าวท่อน ข้าวปลาย ข้าวปลายเล็ก รำหยาบ รำละเอียด เศษข้าวกล้อง (ที่รถเหยียบแตกระกว่างตากบนลานและการเคลื่อนย้าย) กรวด หิน ดิน ทราย แกลบ ละออง เศษฟาง ทั้ง 13 ผลิตภัณฑ์นั้นมีราคาของมันอยู่และเป็นหั่งเช้ง (สภาวะตลาด) ในเวลานั้นๆ มีการแจ้งราคาขึ้นวันละ 2 ครั้ง เหมือนกับตลาดหุ้น ฉะนั้นการซื้อขายจึงต้องฟังหั่งเช้งตลอด   เวลาที่ลูกได้ยินเจ้าของโรงสีพูดเสมอว่า “หั่งเช้งไม่ดี ” แปลว่าสภาวะตลาดไม่ค่อยดี บางครั้งราคาข้าวเปลือกที่ซื้อเข้าก็แพงกว่าราคาข้าวสารและผลิตภัณฑ์ทุกรายการรวมกันแล้วหักออกด้วยค่าใช้จ่ายในการสีข้าวแล้วไม่มีกำไร   เกือบลืมไปยังไม่ได้บอกลูกว่าค่าใช้จ่ายในการสีข้าวมีอะไรบ้าง ค่ากากเพชร น้ำเกลือ ยาเส้น ค่าลูกยางกลมกะเทาะข้าวเปลือก…

#10 : 17 แนวคิดที่ ‘เตี่ย’ สอน ‘เสี่ย’ บริหารงานโรงสีข้าว

1. เป็นแบบอย่างที่ดี การสอนลูกหลานในบ้านมีใช่เพียงแต่ดุด่าว่ากล่าวพร่ำอบรมนิสัย สิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร แต่การสอนที่ได้ผลดีที่สุดและมิต้องเปลืองวาจา คือ การทำตัวเป็นแบบอย่างแก่ลูกหลาน ถ้าพ่อแม่ทำตัวดี มีจิตใจเมตตา มีอารมณ์ขัน ขยันขันแข็งและมีคุณธรรม ลูกๆก็จะได้รับอิทธิพลนั้นมาด้วยอย่างไม่รู้ตัว เพราะแบบอย่างที่ดีนั้นผู้ที่มีความเป็นอยู่ใกล้ชิดจะรับมาอย่างธรรมชาติ การทำอาชีพโรงสีข้าวนั้นต้องมีความขยัน จึงจะประสบความสำเร็จ  การทำงานแบบต่อเนื่อง ไม่มีวันหยุด เกือบจะเรียกว่าไม่มีวันลาอีกด้วย ดังนั้น ลูกหลานที่เห็นคุณพ่อ คุณแม่ทำงานทั้งวันย่อมมีความประทับใจและอยากจะแบ่งเบาภาระของท่านโดยธรรมชาติ ต้นแบบที่ดีย่อมได้ผู้ตามที่ดี อาชีพการสีข้าวนั้นกำไรต่อหน่วยน้อยมาก หากว่าไม่ขยันก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ   2. ความโลภ อาชีพสีข้าวนั้นมีข้อจำกัดมากมาย ความโลภจะทำให้ธุรกิจมีปัญหา อาชีพการสีข้าวไม่ใช่ตัวเลขที่จะมาคิดคำนวณได้ว่าจะต้องทำกำไรเท่านั้นเท่านี้ การสีข้าวมากกว่าก็ไม่เป็นการยืนยันว่าจะกำไรมากกว่า มีหลายท่านคิดว่าทำโรงสี 100 เกวียนต่อวันกำไรเท่านี้ ถ้าเราสร้างโรงสีใหม่ให้สีข้าวได้วันละ 300 เกวียน น่าจะกำไรมากกว่านี้อีก 2 เท่า เช่นนี้ท่านอาจจะมีปัญหาได้ เพราะการสีข้าวได้มากแต่ไม่มีตลาดที่ดีรองรับก็ขายไม่ได้  ข้าวเปลือกที่ท่านสต๊อกไว้อาจมีปัญหาในการจัดเก็บ ราคาตก ท่านคำนวณหั่งเช้งพลาด ขายข้าวแล้วเก็บเงินไม่เข้าเป้า อีกมากมายคือปัญหาในการขายและซื้อก็ไม่ใช่ว่าสีข้าวมากแล้วจะกำไรมาก ต้องเหมาะสมกับขนาดกระเป๋าของท่านด้วย เมื่อเห็นโรงสีอื่นเขามีกำไรกับข้าวเปลือกพันธุ์นั้น ชนิดนี้ ตลาดส่วนนั้น เราก็คิดว่าเราน่าจะทำได้ กำลังผลิตเรามีแค่นี้ ก็จะขยาย สร้างใหม่ให้ใหญ่โตทัดเทียมเพื่อน คนเรามีโชค…