โรงสีชุมชนจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ

ความสำเร็จของทุกคนเหมือนกันแต่ไม่เท่ากัน… ฟังดูว่าคล้ายๆกัน แต่ก็ไม่เหมือนกันเพราะใจคนเราไม่เท่ากัน ความสำเร็จของคนหนึ่งอาจไม่ใช่ความสำเร็จของอีกคนหนึ่ง การทำธุรกิจก็เช่นกัน อาชีพเดียวกัน รับบริการสีข้าวให้ชุมชนเหมือนกันใช้เครื่องจักรแบรนด์เดียวกัน แต่ความสำเร็จต่างกัน   เจ้าของกิจการ โรงสีข้าวจ้าง  (โรงสีที่รับบริการสีข้าวให้ชุมชน) จะเป็นคนในหมู่บ้านหรือมาจากตำบลอื่นๆ ก็ไม่ผิดกติกาใดๆ ในอดีตที่ผ่านมาจะมีโรงสีข้าวจ้างนี้แทรกอยู่ในตำบลต่างๆ ที่เพาะปลูกข้าวกันหนาแน่นเกือบทุกตำบล ด้วยเหตุที่การคมนาคมยังไม่สะดวกเหมือนปัจจุบัน   ข้าวเปลือกในมือชาวนาที่เก็บไว้ในยุ้งฉางของตนเองยังมีอยู่เกือบทุกครัวเรือนเหมือนกับการออมเงินไว้ในครัวเรือนเมื่อข้าวเปลือกราคาดี ก็แบ่งออกมาขายให้โรงสีข้าวที่รับซื้อ   อีกส่วนหนึ่งก็เก็บไว้เมื่อต้องการบริโภคก็แบ่งออกมาส่งให้ “โรงสีข้าวจ้าง”แปรสภาพ (สีข้าว) ให้เป็นข้าวก้องหรือข้าวสารนำกลับมาใช้บริโภค (จึงไม่ต้องไปซื้อข้าวถุงสำเร็จเช่นปัจจุบัน)   วิถีเกษตรกรชาวนา เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เมื่อมีรถเกี่ยวนวดข้าวเกิดขึ้น การเก็บเกี่ยวจากที่เคยเกี่ยวเมื่อข้าวสุกในท้องนา (ทุ่งรวงทอง) ก็มาเก็บเกี่ยวเมื่อข้าวพลับพลึง ยังมีความชื้นสูงอยู่ ( 28-32 จุด) ข้าวสุกแต่ยังไม่เหลือง เพราะเมื่อเก็บเกี่ยวด้วยรถเกี่ยวแล้วข้าวจะไม่ร่วงมาก   แต่มีข้อแม้ว่า เมื่อเกี่ยวแล้วต้องนำไปผึ่ง/ตาก หรืออบลดความชื้นในทันที่ห้ามข้ามคืน (เพราะข้าวเปลือกจะเกิดความร้อนและเสื่อมคุณภาพเสียหายได้) ทำให้ราคาลดลงมาก   ส่วนใหญ่แล้วต้องรีบส่งข้าวเปลือกเกี่ยวสดนี้ไปโรงสีข้าวขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่มีเครื่องอบลดความชื้นขนาดใหญ่สามารถรองรับข้าวเปลือกได้วันละมากๆ   เมื่อทุกท้องนาส่วนใหญ่ทำอย่างนี้ข้าวเปลือกในมือชาวนาก็ลดลง การเก็บข้าวไว้บริโภค การเก็บไว้ทำพันธุ์ เก็บไว้เข้ายุ้งรอราคาและเก็บไว้ทำวิสาหกิจชุมชนก็ลดลง   เมื่อวัตถุดิบในมือลูกค้าลดลง โรงสีข้าวชุมชนก็ลดลงตามวิถีชุมชนที่เปลี่ยนไป…

Read more

7 ข้อที่น่าสนใจในธุรกิจโรงสีข้าว

7 ข้อที่น่าสนใจในธุรกิจโรงสีข้าว… 1.  โรงสีข้าวเป็นธุรกิจด้านบริการ 2. เป็นธุรกิจที่ใช้เงินทุนมาก — ต้องลงทุนเพิ่มตลอดเวลา 3. เป็นธุรกิจที่ต้อง ซื้อสด — ขายเชื่อ 4. เป็นธุรกิจที่มีผลกำไรน้อยมากในอัตราส่วนการลงทุน 5. เป็นธุรกิจที่ต้องดูแลใกล้ชิดตลอดเวลาทั้งในการซื้อและในการขาย 6. เป็นธุรกิจที่มีความเปลี่ยนแปลงของราคาข้าวเปลือกและข้าวสารตลอดเวลา 7. เป็นธุรกิจที่เข้ามาไม่ยาก แต่เมื่ออยากจะออกนั้นไม่ง่าย   1. โรงสีข้าวเป็นธุรกิจด้านบริการ  ในสายธุรกิจการสีข้าวนั้นคือสายบริการ ตั้งแต่การซื้อข้าวเปลือก งานแรก คือ ต้องวัดความชื้นข้าวเปลือก ต้องบริการในเรื่องชั่งน้ำหนัก เก็บตัวอย่างข้าวเปลือก นำไปกองเก็บไว้เพื่อรอการเข้าตู้อบลดความชื้น  เมื่อเข้าตู้อบลดความชื้นนได้ความชื้นที่ต้องการ ก็ต้องนำมาเก็บไว้ในโกดังหรือไซโล เมื่อเก็บเป็นเวลานานก็ต้องจัดการเป่าลมเย็นเพื่อให้ข้าวเปลือกที่เริ่มมีความร้อนสะสมคลายความร้อนในตัวลง หรือถ้าไม่เป่าก็ต้องย้ายกองข้าวเปลือกคือทำให้มีการเคลื่อนย้ายเพื่อลดความร้อนสะสมนั่นเอง   2. เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนในการดำเนินการสูงมาก เพราะต้องรีบแย่งกันซื้อแข่งกับโรงสีทั้งข้างบ้านและจากต่างท้องถิ่น บางครั้งข้ามภาคมาซื้อแย่งกับเรา ซื้อข้าวเปลือกในต้นฤดูเก็บเกี่ยวเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็หมดแล้วใครที่ซื้อได้มากก็จะมีข้าวเปลือกไว้สีได้นานกว่า   ตัวอย่าง โรงสีวันละ 300 เกวียน ถ้าซื้อข้าวสต็อกไว้ 10,000 เกวียน ( คูณด้วย14,000.-บาท =140,000,000 )…

Read more
17)หนึ่งกุญแจสำคัญ สู่ความสำเร็จของการบริหารโรงสีข้าว

หนึ่งกุญแจสำคัญ สู่ความสำเร็จของการบริหารโรงสีข้าว

เมื่อคุณคิดจะสร้างโรงสีข้าว สวัสดี…ทุกท่านที่กำลังจะสร้างโรงสีข้าว โรงสีข้าว เป็นธุรกิจที่นำเสนอตัวเองว่าเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชุมชน มีการซื้อขายเป็นเงินสด ราคาเคลื่อนไหวขึ้นลงทุกวัน ทำให้มีการเก็งกำไรตลอดเวลา ข้าวขึ้นก็มีกำไร ข้าวลงก็มีกำไร เก็บไว้ไม่ขายก็มีกำไร ผลิตภัณฑ์ทุกรายการขายได้ และมีหั่งเช้ง (ราคาเคลื่อนไหว) ตลอดเวลา   ซึ่งที่กล่าวมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ยังมีอีกหลายรายการที่ไม่ได้เขียนและบางรายการก็เขียนออกมาไม่ได้ (เพราะเป็นเทคนิคในการบริหาร) ต้องเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติงาน   เมื่อพูดถึงการลงทุนว่า “โรงสีต้องลงทุนอะไรบ้าง” เริ่มจากโรงสีข้าวขนาด 4 ตัน ข้าวเปลือก (เกรียน)/ชั่วโมง ที่เรียกกันแบบชาวบ้านทั่วไปว่าวันละ 100 เกวียน วันของโรงสีข้าวคือ 24 ชั่วโมง เกวียนคือน้ำหนักข้าวเปลือก 1000 กิโลกรัม การสีข้าววันละ 100 เกวียน คือ คุณจะสีข้าวเปลือกวันละ 100,000 กิโลกรัม เทียบเป็นรถบรรทุก 10 ล้อเท่ากับ 2 พ่วงกับหนึ่งเดียว   แต่คุณจะต้องเตรียมอะไรบ้างที่จะรองรับข้าวเปลือกจำนวนมากขนาดนี้ เมื่อสีข้าวเปลือกแล้วจะได้ผลผลิตออกมากี่ชนิด ตามอัตราส่วน (โดยประมาณ) เนื่องจากน้ำหนักอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามคุณภาพข้าวเปลือกที่นำเข้าไปสี ข้าวเต็มเมล็ด…

Read more
16)10 ข้อคิดเพื่อธุรกิจที่ก้าวหน้า ปี 2019

10 ข้อคิดเพื่อธุรกิจที่ก้าวหน้า ปี 2019

การเดินทางไม่ว่าจะยาวไกลแค่ไหนก็ต้องมีก้าวแรก การสีข้าวก็เช่นกัน ถ้าท่านคิดวางแผนไว้ในสมอง ถามข้อมูล แคตตาล็อก สเปคเยอะแยะแค่ไหน ก็ไม่สามารถสีข้าวได้ จะเริ่มต้นสีข้าว ท่านต้องเริ่มจากการถมดิน สร้างอาคารขึ้นมา ในตอนแรกที่เริ่มสร้าง บางครั้งคิดว่ายังห่างไกลความจริงมาก ขอให้ลองก้าวทีละก้าว ไม่นานเกินรอประมาณสัก 7-8 เดือนก็เสร็จถ้าสร้างขนาดพอดี ไม่สร้างใหญ่เกินไป ลงมือทำและเดินไปทีละก้าว อย่ามองไกลเกิน อย่าหันหลังบ่อยไป ฟังคำแนะนำที่ดีได้ แต่อย่าเปลี่ยนบ่อย ถ้าทำได้อย่างนี้ไม่ช้าโรงสีข้าวก็เสร็จอย่างแน่นอน การทำโรงสีข้าวให้ประสบความสำเร็จ คือต้องสีข้าวให้เป็น และ ต้องขายได้ด้วย สุภาษิตของจีนกล่าวไว้ว่า “หมื่นลี้ต้องมีก้าวแรก”  วันไหนที่ขายข้าวกระสอบแรกได้แล้วนั้น คือ ท่านกำลังก้าวสู่ประตูชัยแล้ว จงเดินต่อไปครับอย่าหยุด เถ้าแก่โรงสีท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่าการสีข้าวนั้นดูไม่ยาก แต่ทำให้สม่ำเสมอนั้นยากที่สุด เครื่องจักรทุกตัว คือ ความสำคัญ อย่าคิดว่าตัวนั้นสำคัญกว่าตัวนี้ ถึงแม้ว่าในยุค IT ที่ทันสมัยก็ยังต้องพึ่งพาความรู้พื้นฐานจากรุ่นพ่อแม่อยู่เสมอด้วย    วันนี้อยากแบ่งปัน 10 ข้อคิดเพื่อธุรกิจที่ก้าวหน้าในปี 2019 นี้และตลอดไป ตั้งใจอ่านนะครับ เป็นประโยชน์ดีก็แชร์ให้คนที่คุณรักได้อ่านด้วย   1. จงเป็นฝ่ายให้ และให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่านคงคุ้นเคยกับคำว่า…

Read more
หัวใจ 4 ห้องของโรงสีข้าว - ยนต์ผลดี

หัวใจ 4 ห้องของโรงสีข้าว

ในหลายปีที่ผ่านมา การสร้างโรงสีข้าวก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ละจังหวัดก็มีกำลังผลิตมากขึ้นไม่น้อยกว่าในอดีต กำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย แต่ปริมาณข้าวเปลือกที่เพิ่มขึ้นนั้น ไม่ได้เพิ่มเป็นทวีคูณเหมือนกับกำลังผลิตของโรงสีข้าว แน่นอนในการทำธุรกิจเสรีที่มีการแข่งขัน ทุกโรงสีก็ต้องพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์การสีข้าว เครื่องสีข้าว การบรรจุ การส่งการจำหน่าย ต้องพัฒนาอย่างจริงจังเพื่อชิงความได้เปรียบในด้านการค้า มีหลายท่านบอกว่าเครื่องจักร เทคนิคการสีข้าว อุปกรณ์ที่มีความสำคัญ ราคาสูง ทุกโรงสีมีความสามารถในการซื้อและติดตั้งได้ไม่แพ้กัน แต่การสีข้าวนั้นไม่ได้มีเครื่องอุปกรณ์เท่านั้นก็สีข้าวได้ สิ่งสำคัญที่สุด คือคน ถ้าไม่มีคนที่เอาใจใส่ ดูแลเครื่อง และปรับเครื่องให้อยู่ในสภาวะการทำงานที่ดี แม้ว่าเครื่องจะดีขนาดไหนก็ไม่มีความหมาย วันนี้ผมจะพูดเรื่อง หัวใจของโรงสีข้าว ที่ต้องมี 4 ประสานจึงจะเรียกว่าสมบูรณ์ 1. พนักงานที่มีความสามารถ 2. เครื่องจักรที่มีคุณภาพ  3. การติดตั้งที่ดี ระบบทำงานที่ไม่ซับซ้อน 4. วัตถุดิบ ที่มีคุณภาพดี ข้อที่ 1 พนักงานที่มีความสามารถ ปัจจุบันเรามักจะได้ยินบ่อยๆคือ “คนงานหายาก” ไม่มีคนเป็น หาคนที่ทำงานดีๆไม่ได้ ไม่มีคนพอกหินเป็น ไม่มีคนใช้หินโคนได้ เหล่านี้คือวลีที่ได้ยินทั่วไป แต่ความเป็นจริง ก็คือ เราไม่ได้มีการสร้างบุคลากรที่มีความรู้เรื่องการสีข้าวมาเลย เรามีมหาวิทยาลัยสอนสาขาวิชาชีพมากมาย แต่มีเพียงไม่กี่แห่งที่มีการสอนเรื่องการสีข้าว หรือที่เราเรียกทางวิชาการว่า “เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว” ที่เห็นได้และมีผลงานเป็นรูปธรรมคือ…

Read more

จดหมายถึงลูก ตอนที่ 4- วิธีบริหารโรงสีข้าวฉบับพ่อสอนลูก

เมื่อวานนี้ ป๊าได้ไปพบลูกค้าที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เขาคิดว่าจะปรับปรุงร้านสีเพิ่มกำลังผลิตจากเดิม 100 เกวียนเป็น 200 เกวียน คุยกันไปมา เขาบอกว่า “ไม่ปรับปรุงละ คิดว่าสร้างใหม่เลยจะดีกว่า เพราะได้เครื่องจักรใหม่ๆมาติดตั้ง แล้วโรงสีเดิมก็ไม่ต้องหยุดสีข้าว เดี๋ยวลูกค้าข้าวเปลือกและข้าวสารจะหายหมด   ที่สำคัญคือถ้าเงินไม่หมุนเวียนทางธนาคารก็จะไม่อนุมัติวงเงินให้ เพราะว่าเครื่องจักรในร้านสี ถ้าจะขยายก็ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ตะแกรงทำความสะอาดข้าวเปลือกไปถึงตะแกรงกลม   เรียกว่าของเดิมไม่ได้แตะต้องเลย โรงเรือนก็เก่ามากแล้วจะยกขึ้นก็ไม่ไหว สรุปว่าทำใหม่ทั้งหมดเลย จริงๆแล้ว โรงสีเก่าได้สีข้าวหากินเลี้ยงลูกเมีย ส่งเสียลูกเรียนจบมาหลายคนแล้ว    เวลานี้ที่คิดจะขยายก็เพราะว่าลูกคนโตเรียนจบปริญญาโทจากเมืองนอกมา มาก็เลยคิดว่าจะสร้างให้ลูกๆบริหาร แต่ก็ต้องตามใจลูกๆในเรื่องการเลือกซื้อเครื่องจักรเพราะว่าในยุคนี้ต้องมาใช้ระบบไฟฟ้าขับเคลื่อนเครื่องจักรทั้งโรงสี   ไม่เหมือนในโรงเดิมที่ใช้เครื่องมือไอน้ำเครื่องจักรจึงแตกต่างกันมากเกือบจะไม่เหมือนกัน”   เมื่อพ่อลูกเขาคุยกันสรุปได้ว่า ตกลงสร้างในที่ใหม่เพราะที่ดินฝั่งตรงข้ามถนนก็ซื้อไว้นานแล้วและถมไว้แล้วด้วย ก็จึงคุยต่อเรื่องเครื่องจักร   ป๊าก็เสนอร้านสีข้าวขนาด 100 เกวียน ระบบเครื่องจักรรุ่นใหม่ๆที่ทำงานสะดวกควบคุมได้ง่ายใช้คนงานเพียง 2-3 คนก็สีข้าวได้แล้ว   เพราะเมื่อใช้ระบบไฟฟ้าการควบคุมการสีข้าวสามารถติดตั้งระบบ  PLC ( ระบบควบคุมเครื่องจักรสีข้าวด้วยระบบอัตโนมัติ)   ควบคุมตั้งแต่การเดินทางของข้าวเปลือกตั้งแต่เริ่มเข้าร้านสีจนไปถึงเครื่องชั่งไหลผ่านที่คำนวณเปอร์เซ็นต์การสีข้าว ว่าออกมาได้ปริมาณข้าวต้น ข้าวท่อน ฯลฯ จำนวนเท่าไร   เราสามารถคำนวณการทำงานและประสิทธิภาพของเครื่องจักรว่าสีข้าวได้กี่หาบกี่ชั่ง…

Read more

จดหมายถึงลูก ตอนที่ 3- วิธีบริหารโรงสีข้าวฉบับพ่อสอนลูก

เขียนเลียบค่ายมาตั้งหลายวันแล้ว ยังไม่เข้าถึงร้านสีซะที จริงๆแล้วการสีข้าวเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการสีข้าวที่สำคัญ แต่โรงสีข้าวนั้น กิจกรรมหลังจากที่ได้ตกลงซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรชาวนาลงพื้นปูนซีเมนต์แล้วก็ยังไม่หมด   ถ้าจะว่าไปแล้ว งานเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก เพราะข้าวเปลือกทุกเมล็ด ต้องเข้าตู้อบทันที ถ้าทิ้งไว้ไม่กี่ชั่วโมงก็จะมีความร้อนขึ้นในกองข้าว สังเกตดูบางโรงสี ตู้อบไม่พอต้องย้ายกองข้าวเปลือกหรือเกลี่ยออกตากแดดไว้สักหลายชั่วโมง ป้องกันการเสียหายจากข้าวเปลือกเสื่อมคุณภาพ   การอบลดความชื้นก็มีเทคนิคมากมาย ตู้อบแต่ละข้าวก็ไม่เหมือนกัน มีแบบคอลัมน์ แบบซิกแซกสลับไปมา (LSU)  ทั้งสองแบบใช้ความร้อนไม่เหมือนกัน ความเร็วในการอบก็ต่างกัน ความร้อน ความเร็ว และคุณภาพของข้าวเปลือกเป็นตัวคูณกัน กล่าวคือ ถ้าอบเร็ว อบร้อน ก็ป่นมาก   ถ้าอบน้อย ร้อนมาก ยิ่งป่นมากกว่า   ถ้าอบช้า ความร้อนน้อย และมีเวลาพักตัวให้ข้าวได้คลายความร้อน จนจะได้ข้าวเปลือกที่ดี (เราเรียกกันว่าคลายเครียด) ป๊าว่าคนที่เครียดนั้นไม่ใช่ข้าวเปลือกแต่เป็นเจ้าของโรงสีมากกว่า  ในกรณีที่มีการนำข้าวเปลือกอบเพื่อนำไปเป็นข้าวปลูก (พันธุ์ข้าว) ต้องให้ความร้อนไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส ไม่เช่นนั้นเยื่อเจริญจะตาย ข้าวจะไม่งอก ข้าวเปลือกก็มีชีวิตที่จะสืบสายพันธุ์ของมันต่อไปแต่ถ้าถูกอบด้วยความร้อนสูงข้าวเปลือกก็จะตายได้เหมือนกัน ใครที่ต้องการทำข้าวปลูกต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย เมื่ออบข้าวได้แล้วต้องตากผึ่งไว้อีก 24 ชั่วโมงเพื่อให้ข้าวเปลือกคลายความร้อน เพราะเมื่อข้าวเปลือกรับความร้อนผิวข้าวเปลือกจะแห้ง น้ำหรือที่เราเรียกว่าความชื้น จะเข้าไปอยู่ด้านในคือเมล็ดข้าวจะเปียกมาก เมื่อออกจากตู้อบ หรือไม่ให้ความร้อนแล้ว ปล่อยให้ข้าวเปลือกไหลผ่านอยู่ในตู้อบแต่เป่าลมธรรมชาติเข้าไป…

Read more

จดหมายถึงลูก ตอนที่ 2- วิธีบริหารโรงสีข้าวฉบับพ่อสอนลูก

โรงสีข้าวเป็นธุรกิจที่มีเสน่ห์มาก เป็นโรงงานที่ลงทุนมากก็จริง แต่อายุเครื่องจักรมีอายุยืนยาว เรียกว่าโรงสีโรงหนึ่งสามารถสีข้าวได้ถึง 20 ปีเป็นอย่างน้อย ที่ดินที่สร้างโรงสีริมชานเมืองในวันนี้ อีก 20 ปี ก็อาจเป็นที่ในเมือง เฉพาะขายที่ดินก็รวยไม่รู้เรื่องแล้ว (อันนี้มีตัวอย่างที่จังหวัดสระบุรี ขายที่ของโรงสี เขาบอกว่าจ้างคุณรื้อโรงสีออกไปด้วยโดยจ่ายค่ารื้อถอนให้อีกต่างหาก) เป็นธุรกิจที่สังคมยอมรับว่าเป็นคหบดีในท้องถิ่น เป็นผู้ที่ช่วยเหลือสังคมและเป็นที่พึ่งของสังคม มีการติดต่อกับธุรกิจด้านการค้าสาขาอื่นๆอีกมาก   มาดูกันว่าโรงสีข้าวเค้าดำเนินธุรกิจกันยังไงบ้าง ในการสีข้าวแต่ละวัน คิดว่ากำไรน่าจะอยู่ที่เกวียนละ 100 บาท สีข้าววันละ 300 เกวียน ปีละ 200 วัน คิดง่ายๆว่าปีหนึ่งสี 30,000 เกวียน ก็จะได้กำไร 6,000,000 บาท นี่เราคิดเฉพาะผลต่างจากการสีข้าวเท่านั้น  ไม่ได้รวมถึงการขายซื้อเข้าและการอบลดความชื้น   ซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรชาวนาท้องถิ่นและใกล้เคียงนำมาเก็บสต็อก 20,000 เกวียนเมื่อต้นปี เก็บถึงปลายปี ราคาขึ้นเกวียนละ 1,000 บาท ก็จะได้กำไรขั้นต้น 20,000,000 บาท (แต่ต้องลงทุน 120,000,000 บาท หักต้นทุนดอกเบี้ยที่กู้ธนาคารมา 5% บางท่านอาจมากหรือน้อยกว่านี้)…

Read more