#32 : การจัดการทรัพย์สินด้อยคุณภาพของธุรกิจ

นิทาน มีการนำเสนอเรื่องราวที่ชวนให้ติดตามและแฝงไปด้วยแนวคิดที่อ่านแล้วให้ทั้งความสนุกและได้ความรู้ มีคติสอนใจไปในคราวเดียวกัน สำหรับในบทความนี้ ผมมีนิทานที่นำมาแบ่งปันให้กับท่านผู้อ่านทุกท่าน ได้อ่านดู…   เถ้าแก่เบื่อเมียลับเต็มทน เมียลับเริ่มแก่ตัวจึงขอค่าเลี้ยงดูก้อนใหญ่ เถ้าแก่คิดจะฆ่าปิดปาก แต่ CFO เสนออุบายให้เถ้าแก่…   ให้เถ้าแก่ออกทุนแสนหยวนส่งเมียลับไปเรียน EMBA โดยอ้างเหตุผลเพื่อยกระดับวุฒิการศึกษา   ในห้องเรียน EMBA ล้วนเป็นนักศึกษาระดับเถ้าแก่ ต่างหลงเสน่ห์นักศึกษาสาวเมียลับคนนี้   ไม่ช้าไม่นานเมียลับก็ไม่ขออยู่กับเถ้าแก่เก่าแล้ว แถมยังให้เงินล้านแก่เถ้าแก่เก่าเป็นค่าปิดปาก ?   นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า “การจัดการทรัพย์สินด้อยคุณภาพของธุรกิจ วิธีที่ดีที่สุดคือย้อมแมวตกแต่งแล้วแปลงทรัพย์สินให้เป็นทุน ไม่ใช่ถือเป็นซากทิ้งไปหรือรอให้ย่อยสลายเอง” ————————– ผมตั้งใจแบ่งปันความรู้จากประสบการณ์ 60 กว่าปีในเรื่องเครื่องสีข้าว และเทคโนโลยีในการสีข้าว เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจจะสร้างโรงสี เจ้าของโรงสีมือใหม่ วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์โรงสี หรือ โรงสีชุมชน เราภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมข้าวไทยที่มีชื่อเสียงและคุณภาพอันดับหนึ่งของโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยความปรารถนาดี วิสูตร จิตสุทธิภากร 6 ส.ค. 2562

#31 : นิทานสอนใจได้แง่คิด “พ่อกับลูก”

“พร้อมแล้วใช่ไหม” พ่อถาม   เจเรมีพยักหน้ารับ เอื้อมมือเทอะทะด้วยถุงมือและคว้าปืนมาถือไว้ แล้วเดินตามพ่อออกจากกระท่อมที่ป้องกันความหนาวไปสู่อากาศเย็นยะเยือกภายนอก ทิ้งความอบอุ่นของเตาผิงและกลิ่นคุ้นเคยของเบคอนและกาแฟไว้เบื้องหลัง   ทั้งสองหยุดยืนหน้ากระท่อมครู่หนึ่ง พ่นลมหายใจไปไอขาวออกมาในอากาศยะเยือก เบื้องหน้ามีเพียงบึงน้ำกว้างใหญ่สุดหูลูกตาไปจนจรดขอบฟ้า แสงสีเงินทาบท้องฟ้าและแผ่นน้ำเป็นสีเทาและดำ   ปกติแล้วเจเรมีจะต้องขอให้พ่อรอจนกว่าเขาจะเก็บภาพบรรยากาศเช่นนี้ ด้วยกล้องถ่ายรูปของเขาเสียก่อนแต่ไม่ใช่เช้าวันนี้เช้าวันที่พิเศษและสำคัญยิ่งที่เจเรมีในวัย ๑๔ ปี จะได้เริ่มเข้าสู่พิธีการอันน่าหลงใหลของการล่าเป็ดป่า   แต่เขาเกลียดมันเกลียดตั้งแต่พ่อซื้อปืนให้เขาสอนให้เขายิงเป้าดินเหนียวรูปนกพิราบ พร่ำสัญญาว่าจะพาเขามาที่เกาะกลางทะเลสาบแห่งนี้  แต่เขาก็ทำตามที่พ่อสอนทุกอย่างเพราะเขารักพ่อ   ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้อีกแล้วที่เขาต้องการมากกว่าให้พ่อรักและยอมรับเขา และเขารู้ว่าถ้าเขาผ่านขั้นตอนในวันนี้ด้วยดี  พ่อจะต้องรักและภูมิใจในตัวเขา  สองพ่อลูกเดินไปที่ซุ่มยิงซึ่งเป็นหลุมแคบๆ กลางพงหญ้าหันหน้าสู่บึง ในหลุมมีเพียงม้านั่งกับชั้นวางกระชุนปืนเท่านั้น   เจเรมีนั่งลงสมองเครียดขณะรอให้พ่อเอาฝูงนกต่อไปวางในที่ เพื่อล่อเป็ดป่า ท้องฟ้าสว่างขึ้น ลิบๆ เบื้องหน้าฝูงเป็ดป่ากำลังกำลังบินเข้ามามองเห็นเป็นทาง เจเรมีเครียดมากขึ้น จนรู้สึกว่าท้องเกร็งเขม็ง เจเรมีต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพเงาดำๆ ของพ่อทาบบนแผ่นน้ำสีเงินระยับ  เพื่อบรรเทาความเครียด ก่อนจะจำใจวางกล้องแล้วคว้าปืนมาถือไว้   พ่อกลับมาย่อตัวแอบอยู่ข้างๆ เขา รองเท้าบูตของพ่อชุ่มน้ำ หนาวจนมือเขียว “บรรจุกระสุนได้ ฝูงเป็ดอาจจะมาบินเหนือหัวเราเมื่อไรก็ได้”   พ่อมองดูเจเรมีบรรจุกระสุนเข้ารังเพลิง “พ่อจะให้แกยิงก่อนนะ” พ่อพูดพลางยัดกระสุนปืนแล้วสะบัดเข้าที่อย่างคล่องแคล่ว   “ลูกรู้ไหม” พ่อพูดอย่างมีความสุข…

#29 : ก้าวข้ามความคิด (ลบ) เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

ทุกคนมีความน่ารำคาญในแบบของตัวเอง ลองมาดูกันนะครับ หลายคนอาจจะเคยรู้สึกแบบนั้น แบบนี้ ล้วนแต่เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นในแบบของตัวเอง ในใจของตัวเอง    คนสาย Creative ก็น่ารำคาญในความติสท์ เจ้าของธุรกิจก็น่ารำคาญในความเอาแต่ใจ เด็กวิศวะก็น่ารำคาญที่ใช้โลจิกมาอธิบายและแก้ปัญหาทุกอย่าง คนสายวิชาการก็น่ารำคาญในความยึดมั่นถือมั่นในทฤษฎีและความรู้ของตัวเอง ผู้รับเหมาก็น่ารำคาญที่สัญญาไว้อีกอย่าง ทำจริงอีกอย่าง ผู้ชายก็น่ารำคาญในความเป็นเด็กผู้ชายไม่รู้จักโต ผู้หญิงก็น่ารำคาญในความเจ้าอารมณ์ แมวก็น่ารำคาญในความเย่อหยิ่ง เรียกดีๆ ไม่เคยมา หมาก็น่ารำคาญที่เห่าเสียงดังทำเลอะเทอะ   ไม่ได้เขียนบทความนี้เพื่อความสะใจ เพราะผมก็เป็นผู้ชายสายวิศวะ จึงมองเห็นความน่ารำคาญของตัวเองได้เป็นอย่างดี แค่จะชี้ให้เห็นว่า เราทุกคนมีมุมที่น่ารำคาญ ต่างกันแค่รายละเอียด เมื่อสำนึกได้ว่า “เอ้อ เราเองนี่ก็เป็นคนที่น่ารำคาญใช่ย่อยนะ” แล้วยิ้มรับ “ความน่ารำคาญของตัวเอง” เวลาเจอคนน่ารำคาญครั้งต่อไป เราจะได้มีเมตตาต่อกันมากขึ้นครับ ————————– ผมตั้งใจแบ่งปันความรู้จากประสบการณ์ 60 กว่าปีในเรื่องเครื่องสีข้าว และเทคโนโลยีในการสีข้าว เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจจะสร้างโรงสี เจ้าของโรงสีมือใหม่ วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์โรงสี หรือ โรงสีชุมชน เราภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมข้าวไทยที่มีชื่อเสียงและคุณภาพอันดับหนึ่งของโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยความปรารถนาดี วิสูตร จิตสุทธิภากร 9 ก.ค. 2562

#23 : 3 กลยุทธ์ที่ทำให้ธุรกิจยังคงเดินต่อไป (อย่างดี) ข้อคิดสำหรับบริหารโรงสีข้าว

3 กลยุทธ์ที่ทำให้ธุรกิจยังคงเดินต่อไป (อย่างดี) ข้อคิดสำหรับบริหารโรงสีข้าว กลยุทธ์ 1 เลิกเสี่ยง   คนที่ระวังเกินไปแทบจะไม่เคยพบกับความสำเร็จ (ฟรีคริช ฟอน ชิลเล่อร์ )   สิ่งที่ยากพอๆ กับความสำเร็จ คือ การเสี่ยงทั้งที่กำลังประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นการเสี่ยงที่มีข้อมูลแน่ชัดว่าไม่มีความจำเป็นต้องเสี่ยง   ทุกวันนี้เรามัวแต่ทุ่มเทเวลาและพยายามมากมายไปกับการประเมินความเสี่ยงให้ครอบคลุมทุกด้าน ไล่ตั้งแต่ตัวเลขสถิติที่แสดงการขาดทุนไปจนถึงความเสี่ยงที่จะทำผิดกฎหมายและข้อบังคับ   แต่จากประสบการณ์ของผม เกณฑ์ที่ใช้ประเมินว่า เมื่อไหร่ที่เราควรสำรวจความเป็นไปได้ในการลองเสี่ยงทำอะไรใหม่ๆ ก็คือ ความรู้สึกในของตัวเราเอง หากเรารู้สึกอึดอัดว่า เราน่าทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้นกว่านี้ได้ อนาคตอาจจะไม่สดใสหากเราไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง หรือเราอาจพลาดโอกาสบางอย่างไป นั่นก็คือ ถึงเวลาที่เราต้องลองเสี่ยงดูแล้วละ   เวลาที่ทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้สวยจนน่ากลัว อย่างที่คนรัสเซียพูดว่า “การมีชีวิตที่ดีเกินไปก็ใช่ว่าจะดี” บางทีตัวอย่างที่น่าสะเทือนใจ และพูดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับการกล้าและไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเสี่ยง   ในประวัติศาสตร์ของโรงธุรกิจคงหนีไม่พ้นเรื่องราวของบริษัทในตำนานอย่างซีรอกซ์ซึ่งมีทั้งประสบความสำเร็จและพ่ายแพ้มาพอๆกัน นี่คือ ตัวอย่างของบริษัทที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ที่บริษัทได้สร้างตัวได้ด้วยนวัตกรรมอันล้ำสมัย แต่กลับตกหลุมพรางของความสำเร็จที่เกิดจากสินค้าเพียงตัวเดียว   เขาเลิกคิดที่จะเสี่ยงอย่างสิ้นเชิงทั้งๆที่มีโอกาสอยู่ในมือ เขาประมาทและไม่คิดว่าการคิดสิ่งใหม่ๆ นั้นต้องเสี่ยงที่จะขาดทุน เขาพอใจและมีความสุขในเวลานั้น   แน่นอนหนทางเบื้องหน้าย่อมมีความล้มเหลวรออยู่  สำหรับโลกธุรกิจแล้ว เราย่อมมีเหตุผลดีๆ…

#19 : 7 ข้อที่น่าสนใจในธุรกิจโรงสีข้าว

7 ข้อที่น่าสนใจในธุรกิจโรงสีข้าว… 1.  โรงสีข้าวเป็นธุรกิจด้านบริการ 2. เป็นธุรกิจที่ใช้เงินทุนมาก — ต้องลงทุนเพิ่มตลอดเวลา 3. เป็นธุรกิจที่ต้อง ซื้อสด — ขายเชื่อ 4. เป็นธุรกิจที่มีผลกำไรน้อยมากในอัตราส่วนการลงทุน 5. เป็นธุรกิจที่ต้องดูแลใกล้ชิดตลอดเวลาทั้งในการซื้อและในการขาย 6. เป็นธุรกิจที่มีความเปลี่ยนแปลงของราคาข้าวเปลือกและข้าวสารตลอดเวลา 7. เป็นธุรกิจที่เข้ามาไม่ยาก แต่เมื่ออยากจะออกนั้นไม่ง่าย   1. โรงสีข้าวเป็นธุรกิจด้านบริการ  ในสายธุรกิจการสีข้าวนั้นคือสายบริการ ตั้งแต่การซื้อข้าวเปลือก งานแรก คือ ต้องวัดความชื้นข้าวเปลือก ต้องบริการในเรื่องชั่งน้ำหนัก เก็บตัวอย่างข้าวเปลือก นำไปกองเก็บไว้เพื่อรอการเข้าตู้อบลดความชื้น  เมื่อเข้าตู้อบลดความชื้นนได้ความชื้นที่ต้องการ ก็ต้องนำมาเก็บไว้ในโกดังหรือไซโล เมื่อเก็บเป็นเวลานานก็ต้องจัดการเป่าลมเย็นเพื่อให้ข้าวเปลือกที่เริ่มมีความร้อนสะสมคลายความร้อนในตัวลง หรือถ้าไม่เป่าก็ต้องย้ายกองข้าวเปลือกคือทำให้มีการเคลื่อนย้ายเพื่อลดความร้อนสะสมนั่นเอง   2. เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนในการดำเนินการสูงมาก เพราะต้องรีบแย่งกันซื้อแข่งกับโรงสีทั้งข้างบ้านและจากต่างท้องถิ่น บางครั้งข้ามภาคมาซื้อแย่งกับเรา ซื้อข้าวเปลือกในต้นฤดูเก็บเกี่ยวเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็หมดแล้วใครที่ซื้อได้มากก็จะมีข้าวเปลือกไว้สีได้นานกว่า   ตัวอย่าง โรงสีวันละ 300 เกวียน ถ้าซื้อข้าวสต็อกไว้ 10,000 เกวียน ( คูณด้วย14,000.-บาท =140,000,000 )…

16)10 ข้อคิดเพื่อธุรกิจที่ก้าวหน้า ปี 2019

#17 : 10 ข้อคิดเพื่อธุรกิจที่ก้าวหน้า ปี 2019

การเดินทางไม่ว่าจะยาวไกลแค่ไหนก็ต้องมีก้าวแรก การสีข้าวก็เช่นกัน ถ้าท่านคิดวางแผนไว้ในสมอง ถามข้อมูล แคตตาล็อก สเปคเยอะแยะแค่ไหน ก็ไม่สามารถสีข้าวได้ จะเริ่มต้นสีข้าว ท่านต้องเริ่มจากการถมดิน สร้างอาคารขึ้นมา ในตอนแรกที่เริ่มสร้าง บางครั้งคิดว่ายังห่างไกลความจริงมาก ขอให้ลองก้าวทีละก้าว ไม่นานเกินรอประมาณสัก 7-8 เดือนก็เสร็จถ้าสร้างขนาดพอดี ไม่สร้างใหญ่เกินไป ลงมือทำและเดินไปทีละก้าว อย่ามองไกลเกิน อย่าหันหลังบ่อยไป ฟังคำแนะนำที่ดีได้ แต่อย่าเปลี่ยนบ่อย ถ้าทำได้อย่างนี้ไม่ช้าโรงสีข้าวก็เสร็จอย่างแน่นอน การทำโรงสีข้าวให้ประสบความสำเร็จ คือต้องสีข้าวให้เป็น และ ต้องขายได้ด้วย สุภาษิตของจีนกล่าวไว้ว่า “หมื่นลี้ต้องมีก้าวแรก”  วันไหนที่ขายข้าวกระสอบแรกได้แล้วนั้น คือ ท่านกำลังก้าวสู่ประตูชัยแล้ว จงเดินต่อไปครับอย่าหยุด เถ้าแก่โรงสีท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่าการสีข้าวนั้นดูไม่ยาก แต่ทำให้สม่ำเสมอนั้นยากที่สุด เครื่องจักรทุกตัว คือ ความสำคัญ อย่าคิดว่าตัวนั้นสำคัญกว่าตัวนี้ ถึงแม้ว่าในยุค IT ที่ทันสมัยก็ยังต้องพึ่งพาความรู้พื้นฐานจากรุ่นพ่อแม่อยู่เสมอด้วย    วันนี้อยากแบ่งปัน 10 ข้อคิดเพื่อธุรกิจที่ก้าวหน้าในปี 2019 นี้และตลอดไป ตั้งใจอ่านนะครับ เป็นประโยชน์ดีก็แชร์ให้คนที่คุณรักได้อ่านด้วย   1. จงเป็นฝ่ายให้ และให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่านคงคุ้นเคยกับคำว่า…

หัวใจ 4 ห้องของโรงสีข้าว - ยนต์ผลดี

#16 : หัวใจ 4 ห้องของโรงสีข้าว

ในหลายปีที่ผ่านมา การสร้างโรงสีข้าวก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ละจังหวัดก็มีกำลังผลิตมากขึ้นไม่น้อยกว่าในอดีต กำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย แต่ปริมาณข้าวเปลือกที่เพิ่มขึ้นนั้น ไม่ได้เพิ่มเป็นทวีคูณเหมือนกับกำลังผลิตของโรงสีข้าว แน่นอนในการทำธุรกิจเสรีที่มีการแข่งขัน ทุกโรงสีก็ต้องพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์การสีข้าว เครื่องสีข้าว การบรรจุ การส่งการจำหน่าย ต้องพัฒนาอย่างจริงจังเพื่อชิงความได้เปรียบในด้านการค้า มีหลายท่านบอกว่าเครื่องจักร เทคนิคการสีข้าว อุปกรณ์ที่มีความสำคัญ ราคาสูง ทุกโรงสีมีความสามารถในการซื้อและติดตั้งได้ไม่แพ้กัน แต่การสีข้าวนั้นไม่ได้มีเครื่องอุปกรณ์เท่านั้นก็สีข้าวได้ สิ่งสำคัญที่สุด คือคน ถ้าไม่มีคนที่เอาใจใส่ ดูแลเครื่อง และปรับเครื่องให้อยู่ในสภาวะการทำงานที่ดี แม้ว่าเครื่องจะดีขนาดไหนก็ไม่มีความหมาย วันนี้ผมจะพูดเรื่อง หัวใจของโรงสีข้าว ที่ต้องมี 4 ประสานจึงจะเรียกว่าสมบูรณ์ 1. พนักงานที่มีความสามารถ 2. เครื่องจักรที่มีคุณภาพ  3. การติดตั้งที่ดี ระบบทำงานที่ไม่ซับซ้อน 4. วัตถุดิบ ที่มีคุณภาพดี ข้อที่ 1 พนักงานที่มีความสามารถ ปัจจุบันเรามักจะได้ยินบ่อยๆคือ “คนงานหายาก” ไม่มีคนเป็น หาคนที่ทำงานดีๆไม่ได้ ไม่มีคนพอกหินเป็น ไม่มีคนใช้หินโคนได้ เหล่านี้คือวลีที่ได้ยินทั่วไป แต่ความเป็นจริง ก็คือ เราไม่ได้มีการสร้างบุคลากรที่มีความรู้เรื่องการสีข้าวมาเลย เรามีมหาวิทยาลัยสอนสาขาวิชาชีพมากมาย แต่มีเพียงไม่กี่แห่งที่มีการสอนเรื่องการสีข้าว หรือที่เราเรียกทางวิชาการว่า “เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว” ที่เห็นได้และมีผลงานเป็นรูปธรรมคือ…

#15 : จดหมายถึงลูก ตอนที่ 4- วิธีบริหารโรงสีข้าวฉบับพ่อสอนลูก

เมื่อวานนี้ ป๊าได้ไปพบลูกค้าที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เขาคิดว่าจะปรับปรุงร้านสีเพิ่มกำลังผลิตจากเดิม 100 เกวียนเป็น 200 เกวียน คุยกันไปมา เขาบอกว่า “ไม่ปรับปรุงละ คิดว่าสร้างใหม่เลยจะดีกว่า เพราะได้เครื่องจักรใหม่ๆมาติดตั้ง แล้วโรงสีเดิมก็ไม่ต้องหยุดสีข้าว เดี๋ยวลูกค้าข้าวเปลือกและข้าวสารจะหายหมด   ที่สำคัญคือถ้าเงินไม่หมุนเวียนทางธนาคารก็จะไม่อนุมัติวงเงินให้ เพราะว่าเครื่องจักรในร้านสี ถ้าจะขยายก็ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ตะแกรงทำความสะอาดข้าวเปลือกไปถึงตะแกรงกลม   เรียกว่าของเดิมไม่ได้แตะต้องเลย โรงเรือนก็เก่ามากแล้วจะยกขึ้นก็ไม่ไหว สรุปว่าทำใหม่ทั้งหมดเลย จริงๆแล้ว โรงสีเก่าได้สีข้าวหากินเลี้ยงลูกเมีย ส่งเสียลูกเรียนจบมาหลายคนแล้ว    เวลานี้ที่คิดจะขยายก็เพราะว่าลูกคนโตเรียนจบปริญญาโทจากเมืองนอกมา มาก็เลยคิดว่าจะสร้างให้ลูกๆบริหาร แต่ก็ต้องตามใจลูกๆในเรื่องการเลือกซื้อเครื่องจักรเพราะว่าในยุคนี้ต้องมาใช้ระบบไฟฟ้าขับเคลื่อนเครื่องจักรทั้งโรงสี   ไม่เหมือนในโรงเดิมที่ใช้เครื่องมือไอน้ำเครื่องจักรจึงแตกต่างกันมากเกือบจะไม่เหมือนกัน”   เมื่อพ่อลูกเขาคุยกันสรุปได้ว่า ตกลงสร้างในที่ใหม่เพราะที่ดินฝั่งตรงข้ามถนนก็ซื้อไว้นานแล้วและถมไว้แล้วด้วย ก็จึงคุยต่อเรื่องเครื่องจักร   ป๊าก็เสนอร้านสีข้าวขนาด 100 เกวียน ระบบเครื่องจักรรุ่นใหม่ๆที่ทำงานสะดวกควบคุมได้ง่ายใช้คนงานเพียง 2-3 คนก็สีข้าวได้แล้ว   เพราะเมื่อใช้ระบบไฟฟ้าการควบคุมการสีข้าวสามารถติดตั้งระบบ  PLC ( ระบบควบคุมเครื่องจักรสีข้าวด้วยระบบอัตโนมัติ)   ควบคุมตั้งแต่การเดินทางของข้าวเปลือกตั้งแต่เริ่มเข้าร้านสีจนไปถึงเครื่องชั่งไหลผ่านที่คำนวณเปอร์เซ็นต์การสีข้าว ว่าออกมาได้ปริมาณข้าวต้น ข้าวท่อน ฯลฯ จำนวนเท่าไร   เราสามารถคำนวณการทำงานและประสิทธิภาพของเครื่องจักรว่าสีข้าวได้กี่หาบกี่ชั่ง…

#14 : จดหมายถึงลูก ตอนที่ 3- วิธีบริหารโรงสีข้าวฉบับพ่อสอนลูก

เขียนเลียบค่ายมาตั้งหลายวันแล้ว ยังไม่เข้าถึงร้านสีซะที จริงๆแล้วการสีข้าวเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการสีข้าวที่สำคัญ แต่โรงสีข้าวนั้น กิจกรรมหลังจากที่ได้ตกลงซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรชาวนาลงพื้นปูนซีเมนต์แล้วก็ยังไม่หมด   ถ้าจะว่าไปแล้ว งานเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก เพราะข้าวเปลือกทุกเมล็ด ต้องเข้าตู้อบทันที ถ้าทิ้งไว้ไม่กี่ชั่วโมงก็จะมีความร้อนขึ้นในกองข้าว สังเกตดูบางโรงสี ตู้อบไม่พอต้องย้ายกองข้าวเปลือกหรือเกลี่ยออกตากแดดไว้สักหลายชั่วโมง ป้องกันการเสียหายจากข้าวเปลือกเสื่อมคุณภาพ   การอบลดความชื้นก็มีเทคนิคมากมาย ตู้อบแต่ละข้าวก็ไม่เหมือนกัน มีแบบคอลัมน์ แบบซิกแซกสลับไปมา (LSU)  ทั้งสองแบบใช้ความร้อนไม่เหมือนกัน ความเร็วในการอบก็ต่างกัน ความร้อน ความเร็ว และคุณภาพของข้าวเปลือกเป็นตัวคูณกัน กล่าวคือ ถ้าอบเร็ว อบร้อน ก็ป่นมาก   ถ้าอบน้อย ร้อนมาก ยิ่งป่นมากกว่า   ถ้าอบช้า ความร้อนน้อย และมีเวลาพักตัวให้ข้าวได้คลายความร้อน จนจะได้ข้าวเปลือกที่ดี (เราเรียกกันว่าคลายเครียด) ป๊าว่าคนที่เครียดนั้นไม่ใช่ข้าวเปลือกแต่เป็นเจ้าของโรงสีมากกว่า  ในกรณีที่มีการนำข้าวเปลือกอบเพื่อนำไปเป็นข้าวปลูก (พันธุ์ข้าว) ต้องให้ความร้อนไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส ไม่เช่นนั้นเยื่อเจริญจะตาย ข้าวจะไม่งอก ข้าวเปลือกก็มีชีวิตที่จะสืบสายพันธุ์ของมันต่อไปแต่ถ้าถูกอบด้วยความร้อนสูงข้าวเปลือกก็จะตายได้เหมือนกัน ใครที่ต้องการทำข้าวปลูกต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย เมื่ออบข้าวได้แล้วต้องตากผึ่งไว้อีก 24 ชั่วโมงเพื่อให้ข้าวเปลือกคลายความร้อน เพราะเมื่อข้าวเปลือกรับความร้อนผิวข้าวเปลือกจะแห้ง น้ำหรือที่เราเรียกว่าความชื้น จะเข้าไปอยู่ด้านในคือเมล็ดข้าวจะเปียกมาก เมื่อออกจากตู้อบ หรือไม่ให้ความร้อนแล้ว ปล่อยให้ข้าวเปลือกไหลผ่านอยู่ในตู้อบแต่เป่าลมธรรมชาติเข้าไป…

#13 : จดหมายถึงลูก ตอนที่ 2- วิธีบริหารโรงสีข้าวฉบับพ่อสอนลูก

โรงสีข้าวเป็นธุรกิจที่มีเสน่ห์มาก เป็นโรงงานที่ลงทุนมากก็จริง แต่อายุเครื่องจักรมีอายุยืนยาว เรียกว่าโรงสีโรงหนึ่งสามารถสีข้าวได้ถึง 20 ปีเป็นอย่างน้อย ที่ดินที่สร้างโรงสีริมชานเมืองในวันนี้ อีก 20 ปี ก็อาจเป็นที่ในเมือง เฉพาะขายที่ดินก็รวยไม่รู้เรื่องแล้ว (อันนี้มีตัวอย่างที่จังหวัดสระบุรี ขายที่ของโรงสี เขาบอกว่าจ้างคุณรื้อโรงสีออกไปด้วยโดยจ่ายค่ารื้อถอนให้อีกต่างหาก) เป็นธุรกิจที่สังคมยอมรับว่าเป็นคหบดีในท้องถิ่น เป็นผู้ที่ช่วยเหลือสังคมและเป็นที่พึ่งของสังคม มีการติดต่อกับธุรกิจด้านการค้าสาขาอื่นๆอีกมาก   มาดูกันว่าโรงสีข้าวเค้าดำเนินธุรกิจกันยังไงบ้าง ในการสีข้าวแต่ละวัน คิดว่ากำไรน่าจะอยู่ที่เกวียนละ 100 บาท สีข้าววันละ 300 เกวียน ปีละ 200 วัน คิดง่ายๆว่าปีหนึ่งสี 30,000 เกวียน ก็จะได้กำไร 6,000,000 บาท นี่เราคิดเฉพาะผลต่างจากการสีข้าวเท่านั้น  ไม่ได้รวมถึงการขายซื้อเข้าและการอบลดความชื้น   ซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรชาวนาท้องถิ่นและใกล้เคียงนำมาเก็บสต็อก 20,000 เกวียนเมื่อต้นปี เก็บถึงปลายปี ราคาขึ้นเกวียนละ 1,000 บาท ก็จะได้กำไรขั้นต้น 20,000,000 บาท (แต่ต้องลงทุน 120,000,000 บาท หักต้นทุนดอกเบี้ยที่กู้ธนาคารมา 5% บางท่านอาจมากหรือน้อยกว่านี้)…