#31 : นิทานสอนใจได้แง่คิด “พ่อกับลูก”

“พร้อมแล้วใช่ไหม” พ่อถาม   เจเรมีพยักหน้ารับ เอื้อมมือเทอะทะด้วยถุงมือและคว้าปืนมาถือไว้ แล้วเดินตามพ่อออกจากกระท่อมที่ป้องกันความหนาวไปสู่อากาศเย็นยะเยือกภายนอก ทิ้งความอบอุ่นของเตาผิงและกลิ่นคุ้นเคยของเบคอนและกาแฟไว้เบื้องหลัง   ทั้งสองหยุดยืนหน้ากระท่อมครู่หนึ่ง พ่นลมหายใจไปไอขาวออกมาในอากาศยะเยือก เบื้องหน้ามีเพียงบึงน้ำกว้างใหญ่สุดหูลูกตาไปจนจรดขอบฟ้า แสงสีเงินทาบท้องฟ้าและแผ่นน้ำเป็นสีเทาและดำ   ปกติแล้วเจเรมีจะต้องขอให้พ่อรอจนกว่าเขาจะเก็บภาพบรรยากาศเช่นนี้ ด้วยกล้องถ่ายรูปของเขาเสียก่อนแต่ไม่ใช่เช้าวันนี้เช้าวันที่พิเศษและสำคัญยิ่งที่เจเรมีในวัย ๑๔ ปี จะได้เริ่มเข้าสู่พิธีการอันน่าหลงใหลของการล่าเป็ดป่า   แต่เขาเกลียดมันเกลียดตั้งแต่พ่อซื้อปืนให้เขาสอนให้เขายิงเป้าดินเหนียวรูปนกพิราบ พร่ำสัญญาว่าจะพาเขามาที่เกาะกลางทะเลสาบแห่งนี้  แต่เขาก็ทำตามที่พ่อสอนทุกอย่างเพราะเขารักพ่อ   ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้อีกแล้วที่เขาต้องการมากกว่าให้พ่อรักและยอมรับเขา และเขารู้ว่าถ้าเขาผ่านขั้นตอนในวันนี้ด้วยดี  พ่อจะต้องรักและภูมิใจในตัวเขา  สองพ่อลูกเดินไปที่ซุ่มยิงซึ่งเป็นหลุมแคบๆ กลางพงหญ้าหันหน้าสู่บึง ในหลุมมีเพียงม้านั่งกับชั้นวางกระชุนปืนเท่านั้น   เจเรมีนั่งลงสมองเครียดขณะรอให้พ่อเอาฝูงนกต่อไปวางในที่ เพื่อล่อเป็ดป่า ท้องฟ้าสว่างขึ้น ลิบๆ เบื้องหน้าฝูงเป็ดป่ากำลังกำลังบินเข้ามามองเห็นเป็นทาง เจเรมีเครียดมากขึ้น จนรู้สึกว่าท้องเกร็งเขม็ง เจเรมีต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพเงาดำๆ ของพ่อทาบบนแผ่นน้ำสีเงินระยับ  เพื่อบรรเทาความเครียด ก่อนจะจำใจวางกล้องแล้วคว้าปืนมาถือไว้   พ่อกลับมาย่อตัวแอบอยู่ข้างๆ เขา รองเท้าบูตของพ่อชุ่มน้ำ หนาวจนมือเขียว “บรรจุกระสุนได้ ฝูงเป็ดอาจจะมาบินเหนือหัวเราเมื่อไรก็ได้”   พ่อมองดูเจเรมีบรรจุกระสุนเข้ารังเพลิง “พ่อจะให้แกยิงก่อนนะ” พ่อพูดพลางยัดกระสุนปืนแล้วสะบัดเข้าที่อย่างคล่องแคล่ว   “ลูกรู้ไหม” พ่อพูดอย่างมีความสุข…