#21 : 3 นิทานสอนใจได้แง่คิด ที่ผมชอบเล่าให้ฟังเสมอๆ

จากหนังสือหลายๆ เล่ม จากเรื่องราว นิทาน หลายๆเรื่อง เราจะได้ข้อคิดแนวคิดในการใช้ชีวิตให้มีความสุขได้    1. ตะปูในใจคุณ มีเด็กน้อยคนหนึ่งที่สีหน้าแสดงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก พ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขา 1 ถุง และบอกกับเขาว่า   “ทุกครั้งที่เขารู้สึกโมโห หรือโกรธใครสักคน ให้ตอกตะปู 1 ตัวเข้าไปกับรั้วที่หลังบ้าน”   วันแรกผ่านไป เด็กน้อยคนนั้นตอกตะปูเขาไปที่รั้วหลังบ้านถึง 37 ตัว และก็ค่อย ๆ ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ   ในแต่ละวันที่ผ่านไปก็ลดจำนวนลง น้อยลง น้อยลง เพราะเขารู้สึกว่า การรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองให้สงบ ง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ   และแล้ว หลังจากที่เขาสามารถควบคุมตนเองได้ดีขึ้นใจเย็นมากขึ้น เขาจึงเข้าไปพบกับพ่อ และบอกกับพ่อของเขาว่า เขาสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้แล้ว ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนที่เคยเป็นมา   พ่อยิ้ม และบอกกับลูกชายของเขาว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าต้องพิสูจน์ให้พ่อรู้ โดยทุกๆ ครั้งที่เขาสามารถควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวของตนเองได้ ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้าน 1 ตัว ทุกครั้ง”   วันแล้ววันเล่า…

#23 : 3 กลยุทธ์ที่ทำให้ธุรกิจยังคงเดินต่อไป (อย่างดี) ข้อคิดสำหรับบริหารโรงสีข้าว

3 กลยุทธ์ที่ทำให้ธุรกิจยังคงเดินต่อไป (อย่างดี) ข้อคิดสำหรับบริหารโรงสีข้าว กลยุทธ์ 1 เลิกเสี่ยง   คนที่ระวังเกินไปแทบจะไม่เคยพบกับความสำเร็จ (ฟรีคริช ฟอน ชิลเล่อร์ )   สิ่งที่ยากพอๆ กับความสำเร็จ คือ การเสี่ยงทั้งที่กำลังประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นการเสี่ยงที่มีข้อมูลแน่ชัดว่าไม่มีความจำเป็นต้องเสี่ยง   ทุกวันนี้เรามัวแต่ทุ่มเทเวลาและพยายามมากมายไปกับการประเมินความเสี่ยงให้ครอบคลุมทุกด้าน ไล่ตั้งแต่ตัวเลขสถิติที่แสดงการขาดทุนไปจนถึงความเสี่ยงที่จะทำผิดกฎหมายและข้อบังคับ   แต่จากประสบการณ์ของผม เกณฑ์ที่ใช้ประเมินว่า เมื่อไหร่ที่เราควรสำรวจความเป็นไปได้ในการลองเสี่ยงทำอะไรใหม่ๆ ก็คือ ความรู้สึกในของตัวเราเอง หากเรารู้สึกอึดอัดว่า เราน่าทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้นกว่านี้ได้ อนาคตอาจจะไม่สดใสหากเราไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง หรือเราอาจพลาดโอกาสบางอย่างไป นั่นก็คือ ถึงเวลาที่เราต้องลองเสี่ยงดูแล้วละ   เวลาที่ทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้สวยจนน่ากลัว อย่างที่คนรัสเซียพูดว่า “การมีชีวิตที่ดีเกินไปก็ใช่ว่าจะดี” บางทีตัวอย่างที่น่าสะเทือนใจ และพูดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับการกล้าและไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเสี่ยง   ในประวัติศาสตร์ของโรงธุรกิจคงหนีไม่พ้นเรื่องราวของบริษัทในตำนานอย่างซีรอกซ์ซึ่งมีทั้งประสบความสำเร็จและพ่ายแพ้มาพอๆกัน นี่คือ ตัวอย่างของบริษัทที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ที่บริษัทได้สร้างตัวได้ด้วยนวัตกรรมอันล้ำสมัย แต่กลับตกหลุมพรางของความสำเร็จที่เกิดจากสินค้าเพียงตัวเดียว   เขาเลิกคิดที่จะเสี่ยงอย่างสิ้นเชิงทั้งๆที่มีโอกาสอยู่ในมือ เขาประมาทและไม่คิดว่าการคิดสิ่งใหม่ๆ นั้นต้องเสี่ยงที่จะขาดทุน เขาพอใจและมีความสุขในเวลานั้น   แน่นอนหนทางเบื้องหน้าย่อมมีความล้มเหลวรออยู่  สำหรับโลกธุรกิจแล้ว เราย่อมมีเหตุผลดีๆ…

#20 : โรงสีชุมชนจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ

ความสำเร็จของทุกคนเหมือนกันแต่ไม่เท่ากัน… ฟังดูว่าคล้ายๆกัน แต่ก็ไม่เหมือนกันเพราะใจคนเราไม่เท่ากัน ความสำเร็จของคนหนึ่งอาจไม่ใช่ความสำเร็จของอีกคนหนึ่ง การทำธุรกิจก็เช่นกัน อาชีพเดียวกัน รับบริการสีข้าวให้ชุมชนเหมือนกันใช้เครื่องจักรแบรนด์เดียวกัน แต่ความสำเร็จต่างกัน   เจ้าของกิจการ โรงสีข้าวจ้าง  (โรงสีที่รับบริการสีข้าวให้ชุมชน) จะเป็นคนในหมู่บ้านหรือมาจากตำบลอื่นๆ ก็ไม่ผิดกติกาใดๆ ในอดีตที่ผ่านมาจะมีโรงสีข้าวจ้างนี้แทรกอยู่ในตำบลต่างๆ ที่เพาะปลูกข้าวกันหนาแน่นเกือบทุกตำบล ด้วยเหตุที่การคมนาคมยังไม่สะดวกเหมือนปัจจุบัน   ข้าวเปลือกในมือชาวนาที่เก็บไว้ในยุ้งฉางของตนเองยังมีอยู่เกือบทุกครัวเรือนเหมือนกับการออมเงินไว้ในครัวเรือนเมื่อข้าวเปลือกราคาดี ก็แบ่งออกมาขายให้โรงสีข้าวที่รับซื้อ   อีกส่วนหนึ่งก็เก็บไว้เมื่อต้องการบริโภคก็แบ่งออกมาส่งให้ “โรงสีข้าวจ้าง”แปรสภาพ (สีข้าว) ให้เป็นข้าวก้องหรือข้าวสารนำกลับมาใช้บริโภค (จึงไม่ต้องไปซื้อข้าวถุงสำเร็จเช่นปัจจุบัน)   วิถีเกษตรกรชาวนา เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เมื่อมีรถเกี่ยวนวดข้าวเกิดขึ้น การเก็บเกี่ยวจากที่เคยเกี่ยวเมื่อข้าวสุกในท้องนา (ทุ่งรวงทอง) ก็มาเก็บเกี่ยวเมื่อข้าวพลับพลึง ยังมีความชื้นสูงอยู่ ( 28-32 จุด) ข้าวสุกแต่ยังไม่เหลือง เพราะเมื่อเก็บเกี่ยวด้วยรถเกี่ยวแล้วข้าวจะไม่ร่วงมาก   แต่มีข้อแม้ว่า เมื่อเกี่ยวแล้วต้องนำไปผึ่ง/ตาก หรืออบลดความชื้นในทันที่ห้ามข้ามคืน (เพราะข้าวเปลือกจะเกิดความร้อนและเสื่อมคุณภาพเสียหายได้) ทำให้ราคาลดลงมาก   ส่วนใหญ่แล้วต้องรีบส่งข้าวเปลือกเกี่ยวสดนี้ไปโรงสีข้าวขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่มีเครื่องอบลดความชื้นขนาดใหญ่สามารถรองรับข้าวเปลือกได้วันละมากๆ   เมื่อทุกท้องนาส่วนใหญ่ทำอย่างนี้ข้าวเปลือกในมือชาวนาก็ลดลง การเก็บข้าวไว้บริโภค การเก็บไว้ทำพันธุ์ เก็บไว้เข้ายุ้งรอราคาและเก็บไว้ทำวิสาหกิจชุมชนก็ลดลง   เมื่อวัตถุดิบในมือลูกค้าลดลง โรงสีข้าวชุมชนก็ลดลงตามวิถีชุมชนที่เปลี่ยนไป…

#19 : 7 ข้อที่น่าสนใจในธุรกิจโรงสีข้าว

7 ข้อที่น่าสนใจในธุรกิจโรงสีข้าว… 1.  โรงสีข้าวเป็นธุรกิจด้านบริการ 2. เป็นธุรกิจที่ใช้เงินทุนมาก — ต้องลงทุนเพิ่มตลอดเวลา 3. เป็นธุรกิจที่ต้อง ซื้อสด — ขายเชื่อ 4. เป็นธุรกิจที่มีผลกำไรน้อยมากในอัตราส่วนการลงทุน 5. เป็นธุรกิจที่ต้องดูแลใกล้ชิดตลอดเวลาทั้งในการซื้อและในการขาย 6. เป็นธุรกิจที่มีความเปลี่ยนแปลงของราคาข้าวเปลือกและข้าวสารตลอดเวลา 7. เป็นธุรกิจที่เข้ามาไม่ยาก แต่เมื่ออยากจะออกนั้นไม่ง่าย   1. โรงสีข้าวเป็นธุรกิจด้านบริการ  ในสายธุรกิจการสีข้าวนั้นคือสายบริการ ตั้งแต่การซื้อข้าวเปลือก งานแรก คือ ต้องวัดความชื้นข้าวเปลือก ต้องบริการในเรื่องชั่งน้ำหนัก เก็บตัวอย่างข้าวเปลือก นำไปกองเก็บไว้เพื่อรอการเข้าตู้อบลดความชื้น  เมื่อเข้าตู้อบลดความชื้นนได้ความชื้นที่ต้องการ ก็ต้องนำมาเก็บไว้ในโกดังหรือไซโล เมื่อเก็บเป็นเวลานานก็ต้องจัดการเป่าลมเย็นเพื่อให้ข้าวเปลือกที่เริ่มมีความร้อนสะสมคลายความร้อนในตัวลง หรือถ้าไม่เป่าก็ต้องย้ายกองข้าวเปลือกคือทำให้มีการเคลื่อนย้ายเพื่อลดความร้อนสะสมนั่นเอง   2. เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนในการดำเนินการสูงมาก เพราะต้องรีบแย่งกันซื้อแข่งกับโรงสีทั้งข้างบ้านและจากต่างท้องถิ่น บางครั้งข้ามภาคมาซื้อแย่งกับเรา ซื้อข้าวเปลือกในต้นฤดูเก็บเกี่ยวเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็หมดแล้วใครที่ซื้อได้มากก็จะมีข้าวเปลือกไว้สีได้นานกว่า   ตัวอย่าง โรงสีวันละ 300 เกวียน ถ้าซื้อข้าวสต็อกไว้ 10,000 เกวียน ( คูณด้วย14,000.-บาท =140,000,000 )…

17)หนึ่งกุญแจสำคัญ สู่ความสำเร็จของการบริหารโรงสีข้าว

#18 : หนึ่งกุญแจสำคัญ สู่ความสำเร็จของการบริหารโรงสีข้าว

เมื่อคุณคิดจะสร้างโรงสีข้าว สวัสดี…ทุกท่านที่กำลังจะสร้างโรงสีข้าว โรงสีข้าว เป็นธุรกิจที่นำเสนอตัวเองว่าเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชุมชน มีการซื้อขายเป็นเงินสด ราคาเคลื่อนไหวขึ้นลงทุกวัน ทำให้มีการเก็งกำไรตลอดเวลา ข้าวขึ้นก็มีกำไร ข้าวลงก็มีกำไร เก็บไว้ไม่ขายก็มีกำไร ผลิตภัณฑ์ทุกรายการขายได้ และมีหั่งเช้ง (ราคาเคลื่อนไหว) ตลอดเวลา   ซึ่งที่กล่าวมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ยังมีอีกหลายรายการที่ไม่ได้เขียนและบางรายการก็เขียนออกมาไม่ได้ (เพราะเป็นเทคนิคในการบริหาร) ต้องเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติงาน   เมื่อพูดถึงการลงทุนว่า “โรงสีต้องลงทุนอะไรบ้าง” เริ่มจากโรงสีข้าวขนาด 4 ตัน ข้าวเปลือก (เกรียน)/ชั่วโมง ที่เรียกกันแบบชาวบ้านทั่วไปว่าวันละ 100 เกวียน วันของโรงสีข้าวคือ 24 ชั่วโมง เกวียนคือน้ำหนักข้าวเปลือก 1000 กิโลกรัม การสีข้าววันละ 100 เกวียน คือ คุณจะสีข้าวเปลือกวันละ 100,000 กิโลกรัม เทียบเป็นรถบรรทุก 10 ล้อเท่ากับ 2 พ่วงกับหนึ่งเดียว   แต่คุณจะต้องเตรียมอะไรบ้างที่จะรองรับข้าวเปลือกจำนวนมากขนาดนี้ เมื่อสีข้าวเปลือกแล้วจะได้ผลผลิตออกมากี่ชนิด ตามอัตราส่วน (โดยประมาณ) เนื่องจากน้ำหนักอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามคุณภาพข้าวเปลือกที่นำเข้าไปสี ข้าวเต็มเมล็ด…