#15 : จดหมายถึงลูก ตอนที่ 4- วิธีบริหารโรงสีข้าวฉบับพ่อสอนลูก

เมื่อวานนี้ ป๊าได้ไปพบลูกค้าที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เขาคิดว่าจะปรับปรุงร้านสีเพิ่มกำลังผลิตจากเดิม 100 เกวียนเป็น 200 เกวียน คุยกันไปมา เขาบอกว่า “ไม่ปรับปรุงละ คิดว่าสร้างใหม่เลยจะดีกว่า เพราะได้เครื่องจักรใหม่ๆมาติดตั้ง แล้วโรงสีเดิมก็ไม่ต้องหยุดสีข้าว เดี๋ยวลูกค้าข้าวเปลือกและข้าวสารจะหายหมด   ที่สำคัญคือถ้าเงินไม่หมุนเวียนทางธนาคารก็จะไม่อนุมัติวงเงินให้ เพราะว่าเครื่องจักรในร้านสี ถ้าจะขยายก็ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ตะแกรงทำความสะอาดข้าวเปลือกไปถึงตะแกรงกลม   เรียกว่าของเดิมไม่ได้แตะต้องเลย โรงเรือนก็เก่ามากแล้วจะยกขึ้นก็ไม่ไหว สรุปว่าทำใหม่ทั้งหมดเลย จริงๆแล้ว โรงสีเก่าได้สีข้าวหากินเลี้ยงลูกเมีย ส่งเสียลูกเรียนจบมาหลายคนแล้ว    เวลานี้ที่คิดจะขยายก็เพราะว่าลูกคนโตเรียนจบปริญญาโทจากเมืองนอกมา มาก็เลยคิดว่าจะสร้างให้ลูกๆบริหาร แต่ก็ต้องตามใจลูกๆในเรื่องการเลือกซื้อเครื่องจักรเพราะว่าในยุคนี้ต้องมาใช้ระบบไฟฟ้าขับเคลื่อนเครื่องจักรทั้งโรงสี   ไม่เหมือนในโรงเดิมที่ใช้เครื่องมือไอน้ำเครื่องจักรจึงแตกต่างกันมากเกือบจะไม่เหมือนกัน”   เมื่อพ่อลูกเขาคุยกันสรุปได้ว่า ตกลงสร้างในที่ใหม่เพราะที่ดินฝั่งตรงข้ามถนนก็ซื้อไว้นานแล้วและถมไว้แล้วด้วย ก็จึงคุยต่อเรื่องเครื่องจักร   ป๊าก็เสนอร้านสีข้าวขนาด 100 เกวียน ระบบเครื่องจักรรุ่นใหม่ๆที่ทำงานสะดวกควบคุมได้ง่ายใช้คนงานเพียง 2-3 คนก็สีข้าวได้แล้ว   เพราะเมื่อใช้ระบบไฟฟ้าการควบคุมการสีข้าวสามารถติดตั้งระบบ  PLC ( ระบบควบคุมเครื่องจักรสีข้าวด้วยระบบอัตโนมัติ)   ควบคุมตั้งแต่การเดินทางของข้าวเปลือกตั้งแต่เริ่มเข้าร้านสีจนไปถึงเครื่องชั่งไหลผ่านที่คำนวณเปอร์เซ็นต์การสีข้าว ว่าออกมาได้ปริมาณข้าวต้น ข้าวท่อน ฯลฯ จำนวนเท่าไร   เราสามารถคำนวณการทำงานและประสิทธิภาพของเครื่องจักรว่าสีข้าวได้กี่หาบกี่ชั่ง…