เสน่ห์ธุรกิจโรงสีข้าว

เสน่ห์ธุรกิจโรงสีข้าว หลายวันก่อนมีเพื่อนสมาชิกโรงสีข้าวมาเยี่ยมที่โรงงาน เห็นอุปกรณ์ที่ผมได้ประกอบอยู่หลายรายการ เป็นเครื่องรุ่นใหม่ๆ ทันสมัยมากๆ เช่น ตะแกรงโยกรุ่นจัมโบ้ ชั้นละ 20 ช่อง 4 ชั้น รวม 80 ช่อง ฟันปลาแบบพิเศษ สูง 4 นิ้ว ฟันปลาแตนเลสพับองศา เทคนิคตำรับประเทศเยอรมัน เฟรมตะแกรงมีแป๊ปขนาด 4 นิ้ว และ 3 นิ้ว ยืดยาวตลอด จำนวน  3 เส้น ใช้งานได้ดี มีผลงานติดตั้งมาหลายปีแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าการติดตามและพัฒนาจากเดิม ทำให้วงการโรงสีข้าว ยอมรับในเรื่องตะแกรงโยกที่ใช้ไม้เป็นโครงสร้าง เทคโนโลยีนี้ต่างประเทศใช้กันมานานกว่า 30 ปี ท่านที่ต้องการติดตามการทำงานของตะแกรงโยกจัมโบ้  4 ชั้น ขอให้โทรมานัดกันจะได้พาไปชมก่อนที่จะตัดสินใจเลือกสำหรับร้านสีของท่าน เพราะตะแกรงโยกเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากอย่างหนึ่งในร้านสี หากว่าตะแกรงโยกทำงานไม่ดีแล้วการสีข้าวจะมีปัญหามาก โรงสีข้าวยุคใหม่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นต้นกำลัง การปรับรอบตะแกรงโยกด้วยมอเตอร์ปรับรอบทำให้การติดตั้งง่ายขึ้น การควบคุมได้สะดวกมาก ลดข้าวกล้องกลับหลังและข้าวเปลือกไปกับข้าวกล้อง เปรียบตะแกรงโยกเป็นกระเพาะอาหารของมนุษย์เราก็คงจะไม่ผิด ตะแกรงโยกที่ดีแยกข้าวกล้องออกจากข้าวเปลือกได้ดี พอมีท่านสมาชิกมาเยี่ยมกัน ก็เลยได้พูดกันถึงเรื่อง เสน่ห์ของโรงสี ทำไมจึงมีนักอุตสาหกรรมหันมาตั้งโรงสีมากขึ้น…

17 แนวคิดที่ ‘เตี่ย’ สอน ‘เสี่ย’ บริหารงานโรงสีข้าว

1. เป็นแบบอย่างที่ดี การสอนลูกหลานในบ้านมีใช่เพียงแต่ดุด่าว่ากล่าวพร่ำอบรมนิสัย สิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร แต่การสอนที่ได้ผลดีที่สุดและมิต้องเปลืองวาจา คือ การทำตัวเป็นแบบอย่างแก่ลูกหลาน ถ้าพ่อแม่ทำตัวดี มีจิตใจเมตตา มีอารมณ์ขัน ขยันขันแข็งและมีคุณธรรม ลูกๆก็จะได้รับอิทธิพลนั้นมาด้วยอย่างไม่รู้ตัว เพราะแบบอย่างที่ดีนั้นผู้ที่มีความเป็นอยู่ใกล้ชิดจะรับมาอย่างธรรมชาติ การทำอาชีพโรงสีข้าวนั้นต้องมีความขยัน จึงจะประสบความสำเร็จ  การทำงานแบบต่อเนื่อง ไม่มีวันหยุด เกือบจะเรียกว่าไม่มีวันลาอีกด้วย ดังนั้น ลูกหลานที่เห็นคุณพ่อ คุณแม่ทำงานทั้งวันย่อมมีความประทับใจและอยากจะแบ่งเบาภาระของท่านโดยธรรมชาติ ต้นแบบที่ดีย่อมได้ผู้ตามที่ดี อาชีพการสีข้าวนั้นกำไรต่อหน่วยน้อยมาก หากว่าไม่ขยันก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ   2. ความโลภ อาชีพสีข้าวนั้นมีข้อจำกัดมากมาย ความโลภจะทำให้ธุรกิจมีปัญหา อาชีพการสีข้าวไม่ใช่ตัวเลขที่จะมาคิดคำนวณได้ว่าจะต้องทำกำไรเท่านั้นเท่านี้ การสีข้าวมากกว่าก็ไม่เป็นการยืนยันว่าจะกำไรมากกว่า มีหลายท่านคิดว่าทำโรงสี 100 เกวียนต่อวันกำไรเท่านี้ ถ้าเราสร้างโรงสีใหม่ให้สีข้าวได้วันละ 300 เกวียน น่าจะกำไรมากกว่านี้อีก 2 เท่า เช่นนี้ท่านอาจจะมีปัญหาได้ เพราะการสีข้าวได้มากแต่ไม่มีตลาดที่ดีรองรับก็ขายไม่ได้  ข้าวเปลือกที่ท่านสต๊อกไว้อาจมีปัญหาในการจัดเก็บ ราคาตก ท่านคำนวณหั่งเช้งพลาด ขายข้าวแล้วเก็บเงินไม่เข้าเป้า อีกมากมายคือปัญหาในการขายและซื้อก็ไม่ใช่ว่าสีข้าวมากแล้วจะกำไรมาก ต้องเหมาะสมกับขนาดกระเป๋าของท่านด้วย เมื่อเห็นโรงสีอื่นเขามีกำไรกับข้าวเปลือกพันธุ์นั้น ชนิดนี้ ตลาดส่วนนั้น เราก็คิดว่าเราน่าจะทำได้ กำลังผลิตเรามีแค่นี้ ก็จะขยาย สร้างใหม่ให้ใหญ่โตทัดเทียมเพื่อน คนเรามีโชค…

แกลบ คือ ขุมทรัพย์หลังโรงสีข้าว

เมื่อวานนี้ได้ต้อนรับลูกค้าท่านหนึ่งจากจังหวัดพิษณุโลก ท่านมาเยี่ยมเยียนกันคุยปรึกษาเรื่องหินข้าวขาว หรือที่เรียกกันเล่นๆว่า ลูกแก้วสารพัดนึก ลูกค้าสีข้าวมากว่า 2 ปีแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ เมื่อนำข้าวเปลือกมาคิดคำนวณจากเนื้อข้าว ความชื้น เปอร์เซ็นต์ข้าวกล้อง-ข้าวขาว ในระยะนี้ ข้าวต้น (ข้าวเต็มเมล็ด) ไม่ได้ตามน้ำหนักที่คำนวณไว้ ทั้งๆที่ในปีแรกสีได้ดีมาก จริงๆแล้วหลังจากที่ได้ทำการสีข้าวมากกว่า 2 ปี น่าจะทําได้ดีกว่า ถ้าคิดแบบง่ายๆ ก็พอใช้ได้แต่เมื่อมาคิดให้ละเอียด เพราะเราซื้อข้าวเปลือกราคาเต็มเกจ์ แบบว่าสุดๆอยู่แล้ว เมื่อสีขายข้าวสารราคากรุงเทพฯที่เราๆเรียกว่าราคาลอยตัว (คือเช้าราคาหนึ่่ง บ่ายอีกราคาหนึ่ง พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่) แล้วดีดค่าใช้จ่ายไม่ออก จึงทำให้สงสัยว่า ปัจจุบันมีการสีข้าวที่ก้าวหน้ากว่านี้หรือไม่อย่างไร หรือว่าลืมระเบียบข้อไหนของร้านสี ก็ได้คุยกันหลายเรื่อง ตั้งแต่การตากข้าวเปลือกบนพื้นปูนซีเมนต์ การทำความสะอาด การกระเทาะข้าวเปลือกด้วยเครื่องอัตโนมัติ ตะแกรงโยกปรับด้วยมอเตอร์เรื่อยมาจนถึงเรื่องกากเพชร การเลือกซื้อกากเพชรเป็นปัจจัยหลัก เพราะในปัจจุบันกากเพชรมีหลายยี่ห้อ หลายขนาด เบอร์ต่างๆ ของแต่ละยี่ห้อก็ไม่เท่ากัน ปูนขาวก็ไม่มีอัตราส่วนผสม พนักงานขายก็ว่าคุณภาพเยี่ยมทุกที่ อย่างนี้ทุกครั้งเวลาซื้อ มาถึงเกลือเกล็ดที่ใช้ผสม เวลาต่อความเค็มหรือที่เราเรียกว่าความถ่วงจำเพาะ เหล่านี้คือ ข้อแตกต่างในเรื่องวัตถุดิบที่เรานำมาผสม ยังมีเรื่องเวลามาเกี่ยวข้องอีก ท่านยังคิดไปถึงความชื้นสัมพันธ์ในอากาศขณะที่ทำการพอก แต่ละครั้งส่วนผสม เวลาในการผสม เหล่านี้เป็นตัวแปรที่สำคัญ หลายท่านคงแปลกใจว่าครั้งก่อนทำแล้วใช้ได้ดีครั้งนี้ทำไมไม่เหมือนเดิม แม้ว่าใช้พนักงานคนเดิม ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยๆ…