21 เคล็ดลับ ค้าแบบโรงสีข้าว รวยแบบโรงสีข้าว

21 เคล็ดลับ ค้าแบบโรงสีข้าว รวยแบบโรงสีข้าว ถ้าจะพูดถึงเรื่องการทำมาค้าขายก็ต้องยกย่องและยอมรับวิถีทางของคนจีน โดยเฉพาะอาชีพการทําโรงสีข้าว เถ้าแก่โรงสีข้าวส่วนใหญ่ล้วนประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง ทั้งๆที่หลายท่านเริ่มมาจากศูนย์ บางท่านเริ่มมาจากการเป็นลูกจ้างโรงสีขนาดใหญ่มาก่อนด้วยซ้ำไป หลักการของเถ้าแก่โรงสีข้าวนั้นลุ่มลึก ผ่านการเรียนรู้ทดลองผิดถูกจากประสบการณ์ที่ผ่านมา จากกาลเวลาจนกระทั่งตกผลึกเป็นปรัชญาของการค้า เมื่อท่านคิดจะทำโรงสีข้าวให้รุ่งเรืองไม่ว่าจะเป็นโรงสีข้าวขนาดใหญ่หรือเล็ก จะต้องมีหลักการเป็นจุดยืนของตนเองและศึกษาปฏิบัติตามปรัชญาการค้าของคนอื่นด้วย เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและเฉียบคมในการบริหาร เพื่อให้ทันสมัยในยุคที่การแข่งขันไร้พรมแดน ยุคที่หั่งเช้งอยู่แค่ปุ่มโทรศัพท์มือถือ ดังคำกล่าวที่ว่า  “อยากขึ้นเขาสูง ก็ต้องถามทางจากผู้ที่ลงมาแล้ว” สารพันเคล็ดวิธีที่จะกล่าวต่อไปนี้ ผมได้รวบรวมจากตำราเก่าๆ และอื่นๆอีกหลายเล่ม ว่าด้วยปรัชญาการค้าของมังกรโบราณ นำมาเรียบเรียงและเพิ่มเติมให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น การค้าจะรุ่งเรืองต้องอาศัยกลยุทธ์ที่แตกต่าง แต่หัวใจการค้าต้องยึดมั่นในคุณธรรมและความซื่อสัตย์ 1. ยิ้มแย้มแจ่มใส คิดจะทำโรงสีข้าว ต้องมีหน้าตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เรียกว่าหน้ารับแขก เพราะว่าลูกค้าของโรงสีข้าวนั้นมีทุกระดับ ตั้งแต่เกษตรกรชาวนา พ่อค้าข้าวเปลือก นายธนาคาร ข้าราชการ กระทั่งเถ้าแก่โรงสีด้วยกัน หน้าไม่รับแขก คงทำการค้าขายไม่ราบรื่นอย่างแน่นอน การซื้อขาย ต่อรองราคา ต้องมีอัธยาศัยไมตรีอันดี คงไม่มีใครอยากนำข้าวเปลือกมาขายกับคนที่หน้าบอกบุญไม่รับ และถ้าไม่มีข้าวเปลือกมาแล้วโรงสีข้าวจะได้วัตถุดิบที่ไหนมาทำการสี   2. กล้าคิดกล้าลงทุน โรงสีข้าวนั้นเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนอย่างมาก ถ้ามัวแต่หวงเงินก้อนใหญ่ไว้แล้วจะคิดหางานใหญ่ทำได้อย่างไร การทำโรงสีต้องคิดปรับปรุงตลอดเวลา ควรตั้งงบส่วนหนึ่งไว้พัฒนาในส่วนของร้านสี ซื้อเครื่องมือใหม่ๆ ที่ทันสมัย เพื่อให้เกิดการสร้างงาน…

ซื้อข้าวเปลือกอย่างไรให้ได้ข้าวที่ดี

ซื้อข้าวเปลือกอย่างไรให้ได้ข้าวที่ดี เรื่องเล่าจากโรงสีข้าวแห่งหนึ่งที่รุ่นพ่อถ่ายทอดวิธีการบริหารจัดการการสีข้าวในโรงสีให้รุ่นลูก ความรู้พวกนี้ถือเป็นเคล็ดลับ เป็นหลักสูตรที่สอนเถ้าแก่รุ่นต่อไป การบริหารโรงสีต้องแบ่งออกเป็น 8 ส่วน นั่นก็คือ การจัดซื้อข้าวเปลือก การอบข้าวเปลือก การจัดเก็บข้าวเปลือก การแปรสภาพข้าวเปลือก (เครื่องจักรสีข้าวในร้านสี) การบริหาร (ด้านพนักงาน) การสต็อก ข้าวสาร การตลาด การเงิน ทั้ง 8 ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญมาก วันนี้ผมอยากจะแบ่งปันความรู้ในข้อแรกก่อน ถ้าปราศจากการจัดซื้อข้าวเปลือกที่ดีแล้ว ส่วนที่เหลือทั้งหมด ทั้งการอบ การสี การบริหารต่างๆ ก็แทบไม่มีความหมายเลยล่ะครับ  เรื่องเล่าจากจังหวัดสุรินทร์มีอยู่ว่า…. ครั้งหนึ่งการซื้อข้าวเปลือกที่โรงสีในปีนั้นมีปัญหามาก เพราะว่าทางโรงสีได้จ้างหลงจู๊คนใหม่มาประจำหน้าที่ซื้อข้าวเปลือก จริงๆแล้วหลงจู๊คนนี้เคยอยู่ที่ภาคกลาง ซื้อข้าวนาปี นาปรังมากกว่า 10 ปีแล้ว ครั้งนี้เค้าย้ายตามภรรยามาที่สุรินทร์ จึงมาสมัครงานในตำแหน่งที่มีความถนัด คือรับซื้อข้าวเปลือก ต้องยอมรับว่าเค้ามีความสามารถจริงๆ เพราะข้าวเปลือกแต่ละรถแต่ละเกวียนที่ผ่านเข้ามาในมือ หลงจู๊คนนี้จะรู้ละเอียดว่าข้าวชนิดไหนน้ำหนักเป็นอย่างไร ความชื้นนี้แทบไม่ต้องวัดเลยเพราะอ่านขาดทุกตัวอย่าง เถ้าแก่ก็ไว้ใจให้ทดลองตีราคา หลายเดือนผ่านไปลูกค้าข้าวเปลือกก็ลดลงเรื่อยๆ วันหนึ่งๆ มีคนมาขายน้อยมาก ข้าวเปลือกจึงไม่พอป้อนร้านสี เถ้าแก่ไม่รอช้ารีบปรึกษากับหลงจู๊ทันที เถ้าแก่ : “สถานการณ์ข้าวเปลือกเป็นยังไง ทำไมลูกค้าข้าวเปลือกจึงลดลงๆ” หลงจู๊ :…

วิธีสีข้าวนึ่งให้รวย

ผม (ปลาตู้ตัวสีทองเหลือบแดง) ได้ยินคำถามจากท่านเจ้าของโรงสีที่มาเยี่ยมอาเฮียและอาเสี่ยของผมในออฟฟิศที่เย็นเฉียบหลายท่าน หลังจากจิบน้ำชาอู่หลงฉาที่มีรสขมแต่ชุ่มคอหมดไป 3 กาแล้ว เรื่องที่แขก(เจ้าของโรงสีที่มาจากจังหวัดสุโขทัย) ได้ปรารภขึ้นมาเสียงดังว่า “เฮีย..ผมเห็นจะต้องปรับปรุงโรงสีของผมจากการสีข้าวขาวมาเป็นโรงสีข้าวนึ่งแล้วล่ะ เพราะอยู่อย่างนี้ต่อไปไม่ได้แน่ โรงสีผมสีข้าวไม่ได้กำไรมาหลายเดือนแล้ว หยุดมากกว่าสี รถพ่วงที่มีอยู่หลายพ่วงก็ต้องพักไปด้วย คิดถึงรายจ่ายหลายสิบรายการแล้วก็ต้องตัดสินใจ ตอนนี้ราคาข้าวสารก็ไม่สูงพอที่จะทำกำไร” ในการสีข้าวแต่ละเกวียนมีกำไรน้อยมากเมื่อเทียบกับการลงทุน ด้วยราคาข้าวเปลือกนั้นสูงกว่าราคาข้าวสาร สาเหตุมาจากราคาข้าวสารตลาดโลกไม่สอดคล้องกับต้นทุนการทำนา ราคาข้าวเปลือกในประเทศเรานั้นสูงเพราะต้นทุนในการปลูกข้าวสูง ผลผลิตต่อไร่ต่ำ ประเทศไทยเรามีเทคโนโลยีในการนึ่งข้าวและการมีข้าวนึ่งที่ดี ประกอบกับหลายปีที่ผ่านมาราคาข้าวนึ่งส่งออกก็ยังพอทำกำไรได้ เพราะตลาดโลกยังต้องการข้าวนึ่งของไทยเนื่องจากข้าวนึ่งของเรามีคุณภาพเยี่ยม ข้าวสารเมล็ดยาวแล้วสีสวยโดยเฉพาะข้าวใหม่ ในช่วงเวลานี้มีแต่โรงสีข้าวนึ่งที่ยังมีการสีข้าวอยู่ตลอดเพราะเมื่อราคาขายหักต้นทุนแล้วยังพอมีกำไรได้มีงานทำ โดยเฉพาะโรงสีใกล้ๆนี้ก็ติดตั้งระบบนึ่งข้าวเสร็จแล้ว เมื่อหลายวันก่อนเห็นเขาทดลองสีข้าวนึ่งออกมาสีสวยดี ผมเองจึงต้องมาขอคำชี้แนะจากอาเฮียเพื่อความมั่นใจ เพราะว่าการลงทุนในครั้งนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว!! ปลาตู้อย่างผมได้ยินแล้วก็คิดตามว่าอะไรคือข้าวนึ่ง? เพราะผมได้ยินอาเสี่ยพูดในโทรศัพท์บ่อยๆว่า “ข้าวนึ่งวันนี้ราคากิโลกรัมละ…..บาท สำหรับสีอ่อน ถ้าสีเข้มขึ้นมาหน่อยที่เรียกว่าสีน้ำผึ้งก็ราคา…..บาท ถ้าสนใจก็มาคุยกัน อะไรที่แนะนำได้ก็มาดูไม่หวง เราเพื่อนๆกันทั้งนั้น” เพิ่งจะถึงบางอ้อว่าโรงสีข้าวของอาเฮียและอาเสี่ยผมนั้นสีข้าวนึ่ง เมื่อวันก่อนได้เล่าถึงระบบการซื้อข้าวเปลือกที่ใช้เครื่องเก็บตัวอย่าง หรือที่เรียกว่าหุ่นยนต์เก็บตัวอย่างไปนั้น ผมเคยได้ยินเขาพูดว่า “ลงบ่อแช่ที่ด้านข้างเลยนะ” จึงรู้ว่าโรงสีของอาเฮียนี้ทำข้าวนึ่งระดับคุณภาพที่มีการนำข้าวเปลือกที่มีความชื้นสูงลงบ่อแล้วกะพ้อตักขึ้นถังแช่โดยตรง ไม่ต้องนำเข้าเปลือกไปอบให้แห้งก่อน จึงลดขั้นตอนการปลูกข้าวเปลือกไปหนึ่งรอบ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไม่น้อย (แต่ก็จำเป็นในบางครั้งที่ต้องการเก็บข้าวเปลือกสต็อกไว้ใช้งานในวันหลังก็ต้องนำมาอบให้แห้งก่อนจึงนำไปเก็บ) เพื่อนโรงสีจากสุโขทัยสนใจมาก อาเฮียจึงเชิญนั่งที่ห้องรับแขก ชาจีนอย่างดีที่ซื้อมาจากซูโจวถูกนำมาชงในชุดชงที่ซื้อมาพร้อมกัน เมื่อชาจีนออกรสการสนทนาก็เริ่มขึ้น อาเฮียบอกว่าถ้าจะทำข้าวนึ่งต้องเลือก เพราะว่าข้าวนึ่งปัจจุบันมี 2 ระบบ…

7 ข้อที่ต้องรู้ ก่อนเริ่มสร้างโรงสีข้าวชุมชน

7 ข้อที่ต้องรู้ ก่อนเริ่มสร้างโรงสีข้าวชุมชน หลายเดือนที่ผ่านมา มีคนโทรศัพท์ถามว่า “ผมอยากสร้างโรงสีข้าว ผมอยากทำวิสาหกิจ ช่วยแนะนำให้ด้วยได้มั้ยครับ?” ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบว่าอย่างไร คำตอบที่มีอยู่ในใจซึ่งเคยตอบให้กับลูกค้าหลายท่านที่ผ่านมาว่า คนที่อยากสร้างโรงสีข้าวนั้นต้องรู้อะไรบ้าง นอกจากมีเงินพอที่จะสร้างโรงสีข้าวแล้ว ก็ยังต้องรู้เรื่องที่เจ้าของโรงสีข้าวต้องรู้อีกหลายข้อ ขอให้คุณลองอ่านดู แล้วจะตัดสินใจได้ว่าจะต้องเริ่มต้นตรงไหนนะครับ ก่อนเริ่มต้นสร้างโรงสีข้าว ควรต้องรู้ 7 ข้อที่สำคัญ ดังนี้ 1. ต้องมีความฝัน คนหนุ่มทุกคนมีความฝันว่า วันหนึ่งจะต้องสร้างโรงสีข้าว เป็นเถ้าแก่โรงสีข้าว แต่ความฝันนั้นคุณตั้งไว้แค่ไหน ทุกคนต้องการความสำเร็จ ทุกคนต้องการมีอาชีพที่ดี ทุกคนต้องการมีชีวิตที่สุดยอดและทุกคนก็อยากมีคู่ชีวิตที่เข้าใจกันมีความฝันคล้ายๆกัน คุณต้องการมีครอบครัวที่อบอุ่น แต่ทุกรายการที่ฝัน ต้องเริ่มต้นที่ตัวเองว่า ได้ลงมือทำตามความฝันแล้วหรือยัง จริงจังกับอาชีพที่ฝันแค่ไหน  ฝันให้ไกลแล้วต้องไปให้ถึง แบบนี้ถึงจะดี   2. ต้องตั้งใจเรียนรู้ หลายๆท่านเคยได้ยินเรื่องเล่าและเห็นตัวอย่างการทำธุรกิจที่เจริญรุ่งเรืองที่ประสบความสำเร็จของโรงสีข้าวในละแวกที่อยู่ในหมู่บ้าน ในอำเภอ และในจังหวัด ก็เลยคิดว่าวันหนึ่งคุณต้องเป็นเจ้าของโรงสีข้าว มีปรัชญาของจีน กล่าวไว้ว่า “แมวนั้นไม่ว่าจะสีอะไรก็สามารถจับหนูได้” จริงๆแล้วทุกอาชีพสามารถประสบความสำเร็จและร่ำรวยได้ รวมทั้งอาชีพใหม่ๆที่ไม่เคยมีมาก่อนก็กำลังได้รับการทดสอบและจะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วอีกไม่ช้าเช่นกัน ถามต่อว่า ตอนนี้คุณอยู่ตรงไหนของวงจรข้าวสารหรือข้าวเปลือก? คุณศึกษามาหรือยังว่าข้าวสารนั้นต้องเริ่มจากตรงไหน บางคนไม่มีโรงสีแต่ก็สามารถขายข้าวให้รวยได้ จริงหรือเปล่า? 3. ต้องรู้จุดยืนของตัวเอง จุดเด่น…

สี่ประสานในร้านสี

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การสร้างโรงสีข้าวก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ละจังหวัดก็มีกำลังผลิตเพิ่มมากขึ้นไม่น้อยกว่าอดีตที่ผ่านมา กำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมายกว่าปริมาณข้าวเปลือกที่เพิ่มขึ้นเหมือนกัน แต่ไม่เป็นทวีคูณเหมือนกับกำลังผลิตของโรงสีข้าว แน่นอนในการทำธุรกิจเสรีที่มีการแข่งขัน ทุกโรงสีก็พัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์การสีข้าว เครื่องสีข้าว การบรรจุ การส่งการจำหน่าย ก็ต้องพัฒนาอย่างจริงจังเพื่อชิงความได้เปรียบในด้านการค้า มีหลายท่านบอกว่าเครื่องจักร เทคนิคการสีข้าว อุปกรณ์ที่มีความสำคัญและราคาสูงนั้น ทุกโรงสีมีความสามารถในการซื้อและติดตั้งได้ไม่แพ้กัน ไม่ยอมน้อยหน้าแม้ว่าราคาจะแพงมากก็ตาม แต่การสีข้าวนั้น ไม่ใช่ว่า มีแค่เครื่องอุปกรณ์เท่านั้นก็สีข้าวได้   สิ่งสำคัญที่สุดคือ คน เพราะถ้าไม่มีคนที่เอาใจใส่ดูแลเครื่องและปรับเครื่องให้อยู่ในสภาวะทำงานที่ดี แม้ว่าเครื่องจะดีขนาดไหนก็ไม่มีความหมาย หัวใจของโรงสีข้าวนั้นต้องมี “สี่ประสาน” จึงจะเรียกว่าสมบูรณ์ นั่นก็คือ  พนักงานที่มีความสามารถ เครื่องจักรที่มีคุณภาพ (เหมาะกับข้าวเปลือกและข้าวสารที่กำลังสีอยู่) การติดตั้งที่ดี ระบบการทำงานที่ไม่ซับซ้อน วัตถุดิบที่มีคุณภาพดี ปัจจุบันเรามักจะได้ยินบ่อยๆคือ “คนงานหายาก”  “ผมไม่มีคนเป็น”  “ผมหาคนที่ทำงานดีๆไม่ได้”  “ไม่มีคนพอกหินเป็น ไม่มีคนใช้หินโคนได้” เหล่านี้คือวลีที่ได้ยินทั่วไป แต่ความจริงก็คือ เราไม่ได้มีการสร้างบุคลากรที่มีความรู้เรื่องการสีข้าวขึ้นมามากเท่าไรเลย เรามีมหาวิทยาลัยสอนสาขาวิชาชีพมากมาย แต่มีเพียงไม่กี่แห่งที่มีการสอนเรื่องการสีข้าว หรือที่เราเรียกทางวิชาการว่า “เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว” ที่เห็นได้และมีผลงานเป็นรูปธรรมคือ สถาบันราชมงคลวิทยาเขตบางพระ ชลบุรี ซึ่งตัวผมเองได้เข้ารับการอบรมในวิชา “เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว” กับท่านอาจารย์ ผ.ศ.…

แค่รู้คู่มือมนุษย์ 6 ข้อนี้ จะเข้าใจคนอื่นได้แบบไม่ยากเลย

1.สำหรับเรา ข้าวเปลือกในตลาดมีมากมายหลายชนิด หลายพันธุ์ ข้าวหอมมะลิ ข้าวชัยนาท ข้าวหอมปทุม ข้าวเจ๊กเชย ข้าวสุพรรณ ข้าวพิษณุโลก ข้าวเหลืองประทิว ข้าวเม็ดเล็ก แล้วเราต้องการทำการค้ากับข้าวชนิดใด ท้องที่เรามีข้าวพันธุ์ไหนเพาะปลูกอยู่อะไรที่เพาะปลูกอยู่ เราตั้งใจจะสีข้าวออกมาคุณภาพอย่างไร จะขายในตลาดไหน บรรจุปริมาณเท่าใด จัดส่งอย่างไร ที่สุดคือเราจะซื้อข้าวสด หรือข้าวแห้ง เรามีเครื่องจักรสำหรับการสีข้าวเปลือกชนิดใด เรามีรถขนส่งข้าวเปลือก ข้าวสาร หรือเปล่า เรามีตลาดหรือยัง แล้วสุดคือเรามีความรู้เรื่องข้าวเปลือกในระดับไหน เมื่อเราซื้อมาแล้วเราจะตากหรือจะอบ ใช้เครื่องอบชนิดใด รถตักรถเกลี่ย รถโรยข้าวเรามีพอหรือเปล่า แล้วยุ้งฉาง การเก็บสต็อกจะทำแบบไหน เก็บยุ้งฉาง หรือเก็บในไซโลเหล็กกลางแจ้ง แล้วการเก็บรักษา โดยใช้เครื่องเป่าเย็นที่กำลังนิยม หรือจะย้ายกอง พื้นยุ้งทำรางเป่าลมไว้หรือเปล่า แค่อ่านมาถึงตรงนี้เราก็เริ่มรู้แล้วว่า สำหรับเรา อะไรคือสิ่งที่เราต้องการ อะไรที่เรามี เราชอบ เราถนัด เราทำได้ดี ภาษาวิชาการว่า ทำธุรกิจที่เรามีความชำนาญ มีแต้มต่อ และอยู่ในแหล่งมีวัตถุดิบที่ดี คราวนี้เราก็เริ่มรู้ อะไรคือสำหรับเรา นั่นก็คืออาจจะไม่ใช่สำหรับคนอื่น หรือของคนอื่นก็อาจจะไม่ใช่สำหรับเรา เพราะเราต้องการข้าวชนิดนี้ ไม่ต้องการข้าวชนิดนั้น เราต้องการขายตลาดแบบนี้ที่เรามีความชำนาญไม่ใช่ตลาดแบบนั้น…